เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว


BGC 2H20E กลับมาสดใสจากการฟื้นตัวการบริโภค แนะนำ “BUY” ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท/หุ้น

  • 2020-09-16 15:48:14
  • 153

BGC: บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ "BUY" ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท/หุ้น

Wednesday, September 16, 2020 


BG Container Glass

Sector: Packaging     

Bloomberg ticker    BGC TB

Recommendation      BUY (upgraded)

Current price       Bt12.50

Target price        Bt14.70 (previously Bt10.50)

Upside/Downside     +18%

2H20E กลับมาสดใสจากการฟื้นตัวการบริโภค

          ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" (จากเดิม "ถือ") โดยปรับประมาณการขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 14.70 บาท จากเดิมที่ 10.50 บาท อิง SOTP สาเหตุหลักมาจาก 1) การฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ 2H20 มีแนวโน้มดีขึ้น จากยอดขายแก้วในเดือน ก.ค. พลิกกลับมาเป็นบวก +1% YoY จากเดิมที่ปรับตัวลงติดลบใน 2Q20 ที่ -25% YoY, 2) แนวโน้มของ gross profit margin มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ -31% YoY และราคาต้นทุนเศษแก้วยังคงทรงตัวอยู่ในกรอบ 3.00-3.40 บาท/kg และ 3) GPM ของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับสูงที่ 57% ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 49% นอกจากนี้เราคาด Efficiency rate และ Utilization rate มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการปิดเตาหลอม 1 แห่ง ใน จ.ขอนแก่น 

          ทั้งนี้เราปรับกำไรสุทธิปี 2020E ขึ้น +45% เป็น 672 ล้านบาท (+31% YoY) และปรับกำไรสุทธิปี 2021E ขึ้น +40% เป็น 773 ล้านบาท (+15% YoY) เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของผู้บริโภค โดยประมาณการกำไรสุทธิปี 2021E ยังไม่รวมดีล M&A และการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ 

          ราคาหุ้นกลับมา outperform ตลาดได้ราว +18% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นผลจากสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายและอนุญาตให้ขายแอลกอฮอล์ได้ปกติ และการฟื้นตัวของผู้บริโภคที่เร็วกว่าคาด ปัจจุบัน BGC เทรดที่ 2020E PER = 12.9x (-1SD below 5-yr average PER 15.6x)

Event: Company update

          คาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว 2Q20 ภาพรวมของ 2H20 เราประเมินว่าจะได้เห็นการฟื้นตัวของยอดขายจากแนวโน้ม stock สินค้าคงค้างราวๆ 130,000 ตัน ใน 2Q20 เริ่มลดลงสู่ใกล้ระดับปกติที่ 80,000-90,000 ตัน เป็นผลจากยอดขายแก้วเดือน ก.ค. ที่ปรับตัวดีขึ้น (ก.ค. +1% YoY) จากการคลาย lockdown และกลับมาให้จำหน่ายแอลกอฮอล์ได้ปกติ ทำให้เราประเมินกำไรสุทธิ 3Q20E เติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายเติบโต YoY ในระดับ low single digit จากที่หดตัวใน 2Q20 ที่ -25% YoY เป็นผลจากการกักตุนสินค้ากลุ่มเบียร์และแอลกอฮอล์ เนื่องจากความไม่แน่นอนของการระบาด COVID-19 ที่อาจเกิดขึ้นรอบ 2 และเราคาดว่า gross profit margin มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็น 20% - 20.5% (2Q20 = 20.3%, 3Q19 = 14.9%)  จาก 1) คาดต้นทุนก๊าซธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำ จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง -31% YoY, 2) คาดราคาต้นทุนเศษแก้วยังคงทรงตัว QoQ ในกรอบ 3.00-3.40 บาท/kg. และ 3) GPM จากพลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับสูงที่ 57%

          Efficiency rate ปรับตัวดีขึ้น ในช่วง 2Q20 Efficiency rate โดยรวมอยู่ที่ 85.6% ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 2Q19 ที่ 84.9% เป็นผลจากการปรับลดอัตราการไหลของสายการผลิตให้ช้าลง เป็นผลกระทบการหยุดจำหน่ายแอลกอฮอล์ในช่วงเดือน เม.ย.20 ที่ผ่านมา และคาดว่า 2H20 efficiency rate ยังคงปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจาก 1H20 ที่ระดับ 85.1% จากการปิดเตาหลอมหนึ่งแห่งใน จ.ขอนแก่น (คิดเป็น 8.2% ของกำลังการผลิตรวม) โดยบริษัทจะทำการกระจายการผลิตไปยังเตาหลอมอื่น ซึ่งจะส่งผลให้ Utilization rate ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2Q20 ที่ระดับ 84.8% และส่งผลให้ GPM กลับมาขยายตัว ทั้งนี้เราเริ่มเห็นสัญญาที่ดีโดยใน 2Q20 efficiency rate ปรับขึ้นมาที่ระดับ 85.6% (+100bps QoQ) และ GPM ปรับตัวขึ้นขึ้นมาที่ 20.3% (+170bps QoQ)

Implication

          ปรับกำไรสุทธิปี 2020E/21E ขึ้น +45% และ +40% เราปรับกำไรสุทธิปี 2020E ขึ้น +45% เป็น 672 ล้านบาท (+31% YoY) และปรับกำไรสุทธิปี 2021E ขึ้น +40% เป็น 773 ล้านบาท (+15% YoY) โดยสาเหตุหลักๆ ที่เราปรับกำไรสุทธิขึ้น จาก 1) ปรับ gross profit margin ของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าขึ้นเป็น 56% จากเดิม 49% เพื่อสะท้อน GPM ใน 1H20 ที่ระดับ 57%, 2) ปรับรายได้ธุรกิจแก้วเพิ่มขึ้นเป็น 10,464 ล้านบาท (-7% YoY) (ผู้บริหารคาด -5% YoY) จากเดิมที่ 10,126 ล้านบาท (-10% YoY) เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวการบริโภคภายในประเทศ อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรสุทธิปี 2021E ยังไม่รวมดีล M&A และการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ

Valuation/Catalyst/Risk

          ราคาเป้าหมาย 14.70 บาท อิงวิธี SOTP แบ่งเป็น 1) ธุรกิจหลักบรรจุภัณฑ์แก้วด้วยวิธี PER อิง EPS ธุรกิจหลักปี 2020E ที่ 0.79 บาท และ ค่าเฉลี่ย PER ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ 15x ได้ราคาเป้าหมาย 11.90 บาทต่อหุ้น 2) ธุรกิจ solar farm ด้วยวิธี DCF (WACC 5.5%, no terminal growth) ได้ราคาเป้าหมายที่ 2.80 บาทต่อหุ้น โดยความเสี่ยงหลักในปัจจุบันคือปัญหาเศรษฐกิจหลังวิกฤติ COVID-19 กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค

          Analyst: Amnart Ngosawang (Reg. No. 029734)

          Assistant Analyst: Nuntara laijud

          ที่มา: บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 16 ก.ย. 2563

บทวิเคราะห์ฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและเผยแพร่บทวิเคราะห์ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนทั่วไป โดยจัดทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนอันเชื่อถือได้ และมิได้มีเจตนาเชิญชวนหรือชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ดังนั้นบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บทวิเคราะห์ฉบับนี้ทั้งทางทางตรงและทางอ้อม และขอให้นักลงทุนใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน

  • ผู้โพสต์ มิ้ว
  • 2020-09-16 15:48:14
  • 153

ผู้สนับสนุน