เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว


Retail Market Monitor - บล.ยูโอบี เคย์เฮียน 16/10/63

  • 2020-10-16 10:53:40
  • 64

Retail Market Monitor - บล.ยูโอบี เคย์เฮียน 16/10/63

Friday, October 16, 2020 10:28


การเมืองภายในกดดัน แต่ระยะสั้นอาจฟื้นจากงบกลุ่มการเงินตั้งสำรองต่ำคาด


          โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเริ่มชะลอ ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงโดยหลักมาจาก 1) โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นมาต่อเนื่องเริ่มชะลอ หรือมีสัญญาณขัดแย้งการฟื้นตัว 2) กฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ล่าช้า และผู้นำเสียงข้างมากในสว.ของรีพับริกัน ไม่เห็นด้วยกับปธน.ทรัมป์ในการเพิ่มวงเงิน ส่งผลให้ความเสี่ยงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจระยะสั้นสูงขึ้น 3) จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาในหลายภูมิภาคเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะยุโรป ทำให้เริ่มเห็นมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ล่าสุดฝรั่งเศสประกาศใช้มาตรการgเคอร์ฟิวในปารีสและ 8 เมืองใหญ่ รวมถึงการห้ามจัดงานที่มีการรวมตัวของคน อาทิ งานแต่งงาน 

          การชุมนุมทางการเมืองยกระดับและยากคาดเดาผลลัพธ์ แม้การชุมนุมในวันที่ 15 ต.ค.จะเป็นไปด้วยความสงบและไม่มีเหตุร้ายแรง อย่างไรก็ตามเรามองระดับของความเสี่ยงและแรงกดดันสูงขึ้น เนื่องจากเป็นการชุมนุมในช่วงที่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีการห้ามชุมนุมทางการเมือง การท้าทายอำนาจปกครองโดยผู้ชุมนุมจำนวนหลายหมื่นคน และไม่มีแกนนำหลักที่ชัดเจนมีลักษณะคล้ายการชุมนุมที่ฮ่องกง ซึ่งในช่วงแรกมักจะดำเนินไปด้วยความสงบ แต่แรงกดดันจากการชุมนุมต่อเนื่อง และการปะทะรวมถึงจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มเติม ทำให้มีโอกาสที่ผู้ชุมนุมบางกลุ่มจะแสดงออกในลักษณะที่มีความรุนแรงมากขึ้น ประเมินจิตวิทยาการลงทุนจะยังได้รับแรงกดดันจนกว่าสถานการณ์จะมีจุดเปลี่ยน (อาทิ ประชุมสภาสมัยวิสามัญ)

          เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการเริ่มโดยกลุ่มการเงิน TISCO และ KTC รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาดราว 20% และ 16% เนื่องจากการตั้งสำรองที่น้อยกว่าคาด ทำให้อาจมีแรงเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน เน้นเลือก KBANK และ BBL อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จะเริ่มเห็นหลังหมดมาตรการ (30 มิ.ย.) ไปแล้ว 90 วัน หรือ ต.ค.เป็นต้นไป ดังนั้นยังคงมุมมองระวังต่องบไตรมาส 4/63

          เลือกลงทุนรายตัว เน้นหุ้นปลอดภัย ระวังกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ CPF, TU, TIP, THRE, ADVANC, INTUCH, DIF, JASIF, SUPEREIF, BTSGIF, BCH, CHG, WHAUP, EASTW, SUPER ขณะที่ระวังกลุ่มท่องเที่ยว หลังตัวเลขอัตราเข้าพักก.ย.ออกมาที่ 34.32% (ส.ค.ที่ 31.65%) แต่รายได้จากการท่องเที่ยว ลดลงเหลือเพียง 7.63 หมื่นลบ. (ส.ค.ที่ 8.65 หมื่นลบ.) ทำให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรมคาดจะยังมีผลขาดทุนอีกนาน ขณะที่ภาระหนี้จะสร้างแรงกดดันต่อโอกาสเพิ่มทุน โดยตลาดจะประเมินสิ่งนี้จากงบไตรมาส 3/63 

          

ภาพรวมกลยุทธ์ 

          แค่เก็งกำไรรอจุดซื้อที่ดี โดย SET Index แกว่งตัวทางลง มีแนวรับ 1,232 และ 1,200 ยังมองภาพในเชิง asset allocation หุ้นน่าสนใจกว่าพันธบัตร ทำให้ความผันผวน หรือจังหวะที่ตลาดตกใจ จะเป็นจังหวะดีในการทยอยซื้อหุ้นใหญ่พื้นฐานดี // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร STA, THRE*, WHAUP*


          แนวรับ 1,232 จุด / แนวต้าน : 1,250-1,258 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

          

ประเด็นการลงทุน

          ธ.สแตนดาร์ดมองศก.ไทยปีนี้ -8% - ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ด (ไทย) เผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะหดตัว -8% และการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ จากปัจจัยลบภายในประเทศ ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นเติบโตได้ที่ 2% ในปี 2564

          สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 898,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

          เปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันนี้  โครงการคนละครึ่งเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ (16 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามโครงการ "คนละครึ่ง" แล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการ "ช้อปดีมีคืน"ได้

          ค่าระวางเรือ - ดัชนี BDI ปิดวันทำการ 1,561.00 จุด ลดลง 76.00 จุด, -4.64%

          

ประเด็นติดตาม: 

          16 ต.ค.  EU CPI เดือน ก.ย. , US industrial production เดือน ก.ย., US retail sales เดือน ก.ย. 

          (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

          

ปัจจัยที่ต้องติดตาม.

          16 ต.ค.  EU CPI เดือน ก.ย., US industrial production เดือน ก.ย., US retail sales เดือน ก.ย.

          

ประเด็นลงทุนสำหรับหุ้นแนะนำ

          เก็งกำไร STA (45.5) : กำไรในช่วงครึ่งปีหลังคาดโตเป็นสองเท่าจากช่วงครึ่งปีแรกจากรายได้ของธุรกิจถุงมือยางที่คาดขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/63 และทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/63 

          เก็งกำไร THRE* (1.30) : ผลการดำเนินงานยังคาด turnaround อย่างต่อเนื่อง ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER ปี 63 และ 64 ที่ 16 และ 12 เท่า

          เก็งกำไร WHAUP* (4) : แนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังฟื้นตัว หลังพ้นช่วงปิดโรงงานจากโควิดและภัยแล้ง ขณะที่จะมีการ COD โครงการใหม่ปลายปี

          (* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)

          

Market News & Factors 


          ตลาดหุ้นสหรัฐ

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขคนว่างงานที่สูงกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งการที่หลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 (อินโฟเควสท์)


          ตลาดหุ้นยุโรป 

          ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่หลังการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19 ทั่วยุโรป และนักลงทุนยังหมดหวังที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นด้านการคลังของสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. (อินโฟเควสท์)


          ตลาดหุ้นญี่ปุ่น 

          ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นเพื่อทำกำไรหลังตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนหมดหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยอมรับว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้ (อินโฟเควสท์)


          ตลาดน้ำมัน 

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการที่หลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมัน WTI ขยับลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว (อินโฟเควสท์)


          ธ.สแตนดาร์ดมองศก.ไทยปีนี้ -8% 

          ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ดเตอร์ด (ไทย) เผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะหดตัว -8% และการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างช้าๆ จากปัจจัยลบภายในประเทศ ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นเติบโตได้ที่ 2% ในปี 2564


          สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว 

          กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 898,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์


          เปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันนี้ 

          โครงการคนละครึ่งเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ (16 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 06.00 - 23.00 น. อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามโครงการ "คนละครึ่ง" แล้ว จะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการ "ช้อปดีมีคืน"ได้

          

Report & Corporate News


          AH 

          AH ยอดขายพุ่งตามอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวจากโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ดันผลงานครึ่งปีหลังเด้ง เร่งดีลออเดอร์ใหม่ต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจในมาเลเซีย-จีน มีทิศทางที่ดีขึ้น คาดปีหน้าผลประกอบการโตแรง จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดโต 15% เผยนักลงทุนสถาบันสนใจธุรกิจ ฟากโบรกมองผลงานครึ่งปีหลังพลิกบวก และกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2564 (ทันหุ้น)


          ESSO 

          ESSO เล็งทุ่มงบ 1.5 พันล้านบาท ขยายสาขาใหม่-อัพเกรดโรงกลั่น เสริมแกร่งธุรกิจเพิ่ม บิ๊ก "อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย" มองธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เปรยโค้งท้ายฟอร์มสวย อานิสงส์เข้าช่วงไฮซีซัน (ทันหุ้น)


          SABUY 

          "SABUY" สบาย เทคโนโลยี จับมือพาร์ตเนอร์ชั้นนำเปิดตัวระบบ Payment Eco System สังคมไร้เงินสด รองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ผลักดันสังคมไร้เงินสดไทยเติบโตต่อเนื่อง เตรียมขายหุ้น 157.02 ล้านหุ้น เข้าเทรดตลาด mai (ทันหุ้น)


          KBANK 

          แบงก์กสิกรไทย (KBANK) ออกตราสารด้อยสิทธิมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยสูงลิ่ว 5.275% ต่อปี เสนอขายนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ เสริมเงินกองทุนชั้นที่ 1 รองรับการขยายธุรกิจ ส่วนโบรกฯ มองเป็นเรื่องที่ดีสำหรับกสิกรไทย ด้าน "ผยง ศรีวณิช" เอ็มดีแบงก์กรุงไทย (KTB) ยันเงินกองทุนแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องออกตราสารเพิ่มเพื่อเพิ่ม Tier 1 ในขณะนี้ (ข่าวหุ้น)


          TISCO 

          "ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป" หรือ TISCO ไตรมาส 3/2563 กำไร 1.4 พันล้านบาท ลดลง 14.21% แต่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ว่าจะมีกำไรเพียง 1.45 พันล้านบาท ด้าน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 2.6% Coverage Ratio พุ่งขึ้นเป็น 196% และ BIS Ratio สูงลิ่ว 22.6% (ข่าวหุ้น)


          DTAC 

          วันนี้ DTAC แจ้งงบไตรมาส 3/63 โบรกฯคาดมีกำไรสุทธิ 1,490 ล้านบาท ลดลง 21% เหตุลูกค้าซิมนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมา แนวโน้มไตรมาส 4/63 กำไรอ่อนตัว หลังงบการตลาดเพิ่มขึ้นจากศึกชิงลูกค้าพร้อมแพ็กเกจ iPhone 12 แต่คงเป้ากำไรสุทธิปีนี้ 6,044 ล้านบาท เติบโต 11.5% แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 44 บาท (ข่าวหุ้น)

                              

          นักกลยุทธ์: กิจพณ ไพรไพศาลกิจ

                   Email: kitpon@uobkayhian.co.th

          

          ที่มา: บมจ.หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2563

          รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยข้อมูลเท่าที่ปรากฏและเชื่อว่าเป็นที่น่าเชื่อถือได้แต่ไม่ถือเป็นการยืนยันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลนั้นๆ โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์ เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดทำขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงความเห็นหรือประมาณการณ์ต่างๆที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน โดยไม่ได้เป็นการชี้นำชักชวนให้นักลงทุนทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือตราสารทางการเงินใดๆ ที่ปรากฏในรายงาน

  • ผู้โพสต์ มิ้ว
  • 2020-10-16 10:53:40
  • 64

ผู้สนับสนุน