เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Business Trends

  • 2020-10-04 07:00:01
  • 574

ผักชีโรยหน้ารัฐแจกเงิน “คนละครึ่ง” แค่ 10 ล้านคน

By.นางชายขอบ

คลอดแล้ว 2 โครงการเติมเงินในกระเป๋าประชาชนของรัฐบาลรอบใหม่ ทั้ง “โครงการคนละครึ่ง” กับ “โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ถือบัตรคนจน”  ซึ่งรอบนี้จะให้แบบจำกัดกลุ่มและจำนวนคน  ใช้เม็ดเงินรวมราว 6.1 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับเงินที่ที่ผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่งต้องจ่ายด้วย ก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบรวมๆราว  8.1 หมื่นล้านบาท


ฝั่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง “ลวรณ แสงสนิท” คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นได้ 0.25% ก็ถือว่าทำให้ติดลบน้อยลงจากปัจจุบันที่แบงก์ชาติคาดว่าปีนี้ เศรษฐกิจจะหดตัวราว  -7.8%

ใครที่เฝ้ารอเงินแจกจากรัฐบาลอีกรอบ เตรียมรับมือกันเลย เพราะโครงการ”คนละครึ่ง”วงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท กำลังจะกระจายไปสู่มือประชาชนผู้โชคดีจำนวนแค่ 10 ล้านคนเท่านั้น ดีเดย์วันที่ ‪16 ต.ค. 2563‬  เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์  ‪www.คนละครึ่ง.com ‬ได้ตั้งแต่วันที่ ‪16 ต.ค. 2563 เวลา 06.00 น. – 23.00 น. ซึ่งธนาคารกรุงไทยมั่นใจว่า ระบบพร้อมรับมือนักเลงคีย์บอรด์ที่แห่ทะลักเข้ามาลงทะเบียนกัน‬

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนโครงการนี้ จะคล้ายกับตอนลงทะเบียนแจกเงินเยียวยา 3,000 บาท เมื่อเข้าเว็บไซต์ได้สำเร็จ กดไปที่ปุ่มรับสิทธิ เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์โทร เพื่อยืนยันตัวตน เมื่อรอรับ SMS ยืนยัน “รับสิทธิ” กลับมา หลังจากนั้นจะต้องโหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อรองรับเงินจากรัฐบาลเข้ามา 

ส่วนวิธีการใช้เงิน คุณจะต้องใส่เงินตัวเองเข้าไปใน “เป๋าตัง”ด้วย เมื่อซื้อสินค้ากับร้านค้าแผงลอยหาบเร่ที่มีสัญลักษณ์ “คนละครึ่ง” เงินจะหักทั้งในส่วนของตัวเองและรัฐบาล จำนวนคนละครึ่งของราคาสินค้า โดยจำกัดการใช้เงินไม่เกิน 150 บาทต่อวันต่อคน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ เริ่มเปิดให้เงิน‪ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. -31 ธ.ค. 2563‬ โดยเงื่อนไขสำคัญ เมื่อคุณได้สิทธิแล้วจะต้องใช้จ่ายภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับสิทธิ หากใครไม่ใช่สิทธิตามเงื่อนไข จะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก และสิทธินี้จะไปให้แก่ผู้ลงทะเบียนใหม่

อีกกลุ่มที่จะได้รับเงินเพิ่มในมือ คือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการ หรือบัตรคนจนนั่นเอง ซึ่งมีจำนวน 14 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มคนละ 500 บาทจากที่ได้รับเดือนละ 200-300 บาทต่อเดือน ทำให้แต่ละเดือนจะมีเงินเพิ่มเป็น 700-800 บาทที่จะไปใช้จ่ายในร้านธงฟ้าได้

ส่วนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ของรัฐบาล ก็จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์นี้หรือติดต่อที่สาขาธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะช่วยติดต่อแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เพื่อใช้ในการชำระเงินจากการขายสินค้า โดยจะ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้เป็นต้นไป ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนกว่า 2 แสนโครงการให้เลือกใช้

สำหรับมาตรการแจกรอบหลังโควิดนี้ จะมีความแตกต่างกับมาตรการรอบแรกที่แจกตอนช่วงเกิดโควิดเมื่อเม.ย. ที่ผ่านมา  มาตรการเงินเยียวยา 3,000 บาท 3 เดือนที่แจกหว่านไปทั่วกว่า 40-50 ล้านคน ซึ่งใช้เม็ดเงิน 4 แสนล้านบาท

ในมุมของแบงก์ชาติ ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วง 3-4 เดือนที่เหลือปีนี้ ว่าเครื่องยนต์ที่พอจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ก็คือ การบริโภคภาคเอกชน ที่ได้ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ  โดยเม็ดเงินจาก 2 โครงการเพิ่มกำลังของรัฐ จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เต็มๆ ก็เป็นไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธปท. ประเมินว่า ปีนี้ทั้งปี การเติบโตของเศรษฐกิจ -7.8%  โดยไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ เศรษฐกิจจะหดตัวน้อยลงต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่หดตัว -12.2% แต่หากเทียบครึ่งปี จะกลายเป็นว่า ครึ่งปีแรกติดลบ 7% แล้ว ครึ่งปีหลังก็คาดว่าจะหดตัวราว 8.5% โดยภาพรวมตัวเลขทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น แต่อัตราเร่งของการฟื้นตัวจะช้าลง

ส่วนเครื่องยนต์ที่ยังเป็นช่องโหว่ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ก็คงเป็นเรื่องของภาคต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคส่งออกที่ยังหดตัวอยู่กับภาคท่องเที่ยว ที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติวูบหายไปอย่างมาก ซึ่งธปท. คาดว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาราว 6.7 ล้านคน ซึ่งก็คือยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รัฐบาลเตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศแบบค่อยเป็นค่อยไป เดือนละ 1,200 คน  แต่รายได้ที่เข้ามากระตุ้นใช้จ่ายก็ไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับช่วงปกติก่อนโควิด

อีกตัวสำคัญ คือ ภาคการลงทุนที่หดตัวมานานหลายปี ภาคเอกชนชะลอลงทุน และปีนี้ถูกโควิดซ้ำเติมและการเมืองไทยที่เปลี่ยนชุดทีมเศรษฐกิจ การลงทุนโครงการต่างๆของภาครัฐก็เชื่องช้า และสุดท้ายปัญหาใหญ่ “คนตกงาน” ที่มีจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ในเดือน ส.ค. จำนวนสูง  4.4 แสนคน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 3 หมื่นคน สะท้อนตลาดแรงงานยังเปราะบางอยู่ ล้วนเป็นโจทย์ที่รอหัวเรือใหม่ “รมว.คลัง” ที่เป็นกระทรวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” อดีต รมว.คมนาคม มาแก้ปัญหาปากท้องประชาชนยิ่งหนักขึ้นไปอีก คงต้องจับตาดูจะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมใดบ้าง เพื่อช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กระจายวงกว้าง จากทุกวันนี้การฟื้นตัวกระจุกอยู่ในบางพื้นที่บางธุรกิจบางรายที่ไม่เท่ากัน

  • ผู้โพสต์ nongnapas
  • 2020-10-04 07:00:01
  • 574

ผู้สนับสนุน