เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

เว็บบอร์ด

KKP: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ "Accumulate" ราคาเป้าหมาย 52 บาท/หุ้น 31/07/63

  • 2020-07-31 13:50:22
  • 360

KKP: แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ "Accumulate" ราคาเป้าหมาย 52 บาท/หุ้น 31/07/63

Friday, July 31, 2020 13:00


Kiatnakin Bank Plc.

ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)


RATING      Accumulate    TARGET       52.00         UPSIDE          33.3%     TICKER      KKP

CLOSE       39.25         VALUATION    1x 20F BV     TOTAL SHARES    847m       SECTOR      BANK


คาดหวังธุรกิจตลาดทุนยังช่วยพยุง

          ปรับเพิ่มเป้า Credit Cost เตรียมพร้อมรับความเสี่ยงในอนาคต    

          มีลูกค้าเข้าโครงการพักชำระหนี้ราว 40% ยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดหลังสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือ 

          1H63 ยังทำได้ดี แม้รับผลกระทบโควิด-19 แต่ 2H63 ยังท้าทาย จึงปรับประมาณการทั้งปี 63 ลง 20% 

          มองการฟื้นตัวยังคงช้าอยู่ แต่ถือเป็นหุ้นปันผลสูงราว 9% แนะนำค่อยๆ "ทยอยซื้อ"  เมื่อราคาอ่อนตัวลงมา เพื่อการลงทุนระยะยาว 


ประเด็นการลงทุน

          ปรับเป้า Credit Cost เพิ่ม เตรียมพร้อมรับความเสี่ยงในอนาคต  KKP ประกาศคงเป้าสินเชื่อโตที่ 7-9% จาก 1H63 โต 5% ทั้งนี้ตัวเลขสินเชื่ออาจไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงเพราะมาตรการพักชำระหนี้ทำให้สินเชื่อไม่ลดและยังคงค้างอยู่ในพอร์ต ซึ่งหากหักตัวเลขการพักชำระหนี้ออก สินเชื่อแทบไม่โต อย่างไรก็ดี สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ก็มีโอกาสในการเติบโตมากขึ้นหลังหันไปจับมือกับฮอนด้า และอีซูซุ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าส่วนใหญ่มีคุณภาพดี เป็น แบรนด์ที่เป็นที่นิยมมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ส่วน NPL มอง 2H63 มีโอกาสเพิ่มขึ้นจาก 1H63 ที่ 3.4% เพราะจะสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ แต่คาดว่ายังคุมให้ < 3.9% ตามเป้าเดิมได้ สำหรับ Credit cost (สำรองหนี้ ขาดทุนรถยึด) มีแนวโน้มที่จะต้องตั้งสำรองมากขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการเป็นหนี้เสีย รวมถึงโอกาสขาดทุนรถยืดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปรับเป้า Credit cost เพิ่มขึ้นเป็น < 2.5% จากเป้าเดิม 1.4-1.6% หลังจาก 1H63 ตั้งขึ้นมาที่ 2.32% โดยผู้บริหารประเมินว่า 2H63 จะ > 1H63 ตามความเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มขึ้น  

          มีลูกค้าเข้าโครงการพักชำระหนี้ราว 40% ยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดหลังสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือ  ปัจจุบันลูกหนี้ที่เข้ามาตรการพักชำระหนี้มีสัดส่วนราว 40% ของพอร์ตสินเชื่อ ที่ราว 2.5 แสนลบ. ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้รายย่อยราว 30% ที่เหลืออีก 10% เป็นลูกหนี้ SME และผู้ประกอบการ ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้ามาตรการส่วนใหญ่ราว 65-70% เป็นลูกค้าผ่อนชำระเป็นปกติมาก่อน แต่พอเจอวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ลูกหนี้ดังกล่าวไม่สามารถจ่ายชำระได้ จึงต้องติดตามต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการเตรียมความพร้อมมาตรการรองรับหากลูกหนี้ไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้หลังสิ้นสุดมาตรการเพื่อแก้ปัญหาให้ทัน

          1H63 ยังทำได้ดี แม้รับผลกระทบโควิด-19 แต่ 2H63 ยังท้าทาย จึงปรับประมาณการทั้งปี 63 ลง 20%  กำไร 1H63 ที่ 2,668 ลบ. ลดลงเพียง -1.1% YoY ถือว่าไม่เลวนัก ทั้งนี้แม้ได้รับผลกระทบโควิด-19 แต่ได้ธุรกิจตลาดทุนที่มีวอลุ่มการซื้อขาย 6.9 หมื่นลบ./วัน เพิ่มขึ้นถึง 38% YoY บล.ภัทรมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ทำให้ช่วยหนุนไว้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี 2H63 ค่อนข้างท้าทายว่าหลังสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือแล้วลูกหนี้จะกลับมาจ่ายหนี้ได้ปกติหรือไม่ จึงปรับประมาณการลงจากเดิม 20% โดยหลักๆ เป็นการปรับเพิ่มสำรอง ทำให้คาด FY63F จะมีกำไรสุทธิ 4,832 ลบ. ลดลง -19% YoY อย่างไรก็ดียังคาดหวังว่าภาวะตลาดทุนที่ยังมีวอลุ่มสูงระดับ 6-7 หมื่นลบ./วัน ภาวะการณ์ในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว ราคารถมือสองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลัง supply หดหาย ยังมีสำรองส่วนเกินเหลืออีก 1.7 พันลบ.น่าจะช่วยพยุงผลประกอบการไว้ได้


คำแนะนำ

          แนะนำค่อยๆ "ทยอยซื้อ"  ปรับราคาเป้าหมายปี 63 ลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 52 บ. (ใช้วิธี GGM อิง 1XPBV ปี 63) เป็นผลจากการปรับประมาณการกำไรลง ส่งผลต่อ ROE  ทั้งนี้หลักๆ เป็นการปรับลด Long term ROE ลงจาก 11.5% เหลือ 10.9% โดยใช้ g=3% และ COE =11% ทั้งนี้เชื่อว่า KKP ยังมีตัวช่วยอย่างสำรองส่วนเกินที่ยังเหลืออยู่มาก ภาวะตลาดทุนที่ยังพอเอื้ออยู่ และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง รวมถึง KKP   ถือเป็นหุ้นที่ปันผลสูง เชื่อผลประกอบการน่าจะถือเป็นช่วง bottom แล้ว แต่การฟื้นตัวคงยังช้าอยู่ แนะนำค่อยๆ หาจังหวะ"ทยอยซื้อ" เมื่อราคาอ่อนตัวลงมาเพื่อการลงทุนระยะยาว


ปัจจัยเสี่ยง 

          การระบาดระลอกสองของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจถดถอยลงมากกว่าคาด และทำให้เกิดหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงขาดทุนจากการขายรถยึดที่เลวร้ายกว่าคาด 


          ศิริพร ไกรรส

          Fundamental Analyst

          Siriporn.Kr@lhsec.co.th

          02 352 5156


          ที่มา: บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 31 ก.ค. 2563

          รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น มิใช่การชักจูงให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในรายงานนี้ 

          บริษัทเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("LH Bank") ข้อมูลใดๆ ที่มีการอ้างอิงถึง LH Bank ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบกับหลักทรัพย์อื่นๆ เท่านั้น 

          ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยได้พิจารณาแล้วว่ามาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง และ/หรือ มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่อาจรับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว บริษัทขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงฝ่ายเดียวในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 

          รายงานฉบับนี้จัดส่งให้แก่เฉพาะบุคคลที่กำหนด ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ดัดแปลง ส่งต่อ เผยแพร่ ขาย จำหน่าย พิมพ์ซ้ำ หรือแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ไม่ว่าในลักษณะใดๆ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท 

          การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยง อีกทั้งบริษัทและ/หรือ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของ LH Bank อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือผลประโยชน์ใดๆ กับบริษัทใดๆ ที่ถูกกล่าวถึงในรายงาน/บทความนี้ก็ได้ นักลงทุนจึงควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการพิจารณาตัดสินใจก่อนการลงทุน บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการนำข้อมูลหรือความเห็นในรายงานฉบับนี้ไปใช้ในทุกกรณี

 



ความคิดเห็น

ฝากความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบ ก่อนเขียนความคิดเห็น
ผู้สนับสนุน