เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ทอล์คออฟเดอะทาวน์

โบรกฯ ชี้เป้าอสังหาฯ SA ราคาเหมาะสม 9.20 บ.

  • 2021-02-22 10:49:00
  • 815

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินจุดเด่นจุดเด่นของ SA ที่ทำให้แตกต่างจากผู้พัฒนาอสังหาฯทั่วๆไป มีความน่าสนใจลงทุน และพรีเมี่ยมกว่าหุ้นอสังหาฯทั่วๆไป ดังนี้

i) “Branded Residence” ทำให้คอนโดฯ ของ SA เป็นมากกว่าคอนโดฯ: กลยุทธ์ที่สำคัญและแตกต่างของ SA คือ “การปรับเปลี่ยนโครงการคอนโดฯธรรมดาๆ ให้เป็นโรงแรม” โดยมีแบรนด์โรงแรมตั้งแต่ระดับ 3 – 5 ดาว เป็นพันธมิตร อาทิ Q-Box, Ramada, Ramada Plaza, Crown Plaza, Wyndham เป็นต้น (คาดจะเพิ่มแบรนด์พันธมิตรอีกในอนาคต) ซึ่งทำการบริหารจัดการส่วนของธุรกิจโรงแรมผ่านบริษัทร่วมทุน “ไซมิส แอนด์ คิวกรีน” โดยจุดแข็งของกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Branded Residence” นี้คือ
1) ข้อดีทางการตลาดฯ อาทิ ใช้จุดแข็งของชื่อเสียงแบรนด์โรงแรมเป็นจุดขาย เสนอบริการแบบโรงแรมให้ลูกค้าที่มาซื้อห้องชุด รับบริหารจัดการปล่อยเช่าให้กับลูกค้าด้วยระบบบริหารจัดการของโรงแรมที่เป็นมืออาชีพ เป็นต้น
2) ข้อดีด้านการเงิน โครงการคอนโดฯที่ยังขายไม่หมด ไม่จำเป็นต้องเสนอโปรโมชั่นลดราคาเพื่อปิดโครงการ แต่กันห้องชุดบางส่วนขึ้นมาเป็นโรงแรม และเตรียมพร้อมขายเข้ากอง REIT ได้ในอนาคต
3) ข้อดีในด้านโอกาสการทำธุรกิจ คือ ธุรกิจด้านการบริการในโรงแรม โดยเฉพาะ ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่ง SA ทำการตั้งบริษัทลูก “ไซมิส เทสท์” เพื่อรองรับธุรกิจนี้ในอนาคต ปัจจุบันโครงการของ SAที่ใช้กลยุทธ์นี้มีอยู่ 6 แห่ง (รูปที่ 3) และโครงการใหม่ๆหลังจากนี้ เชื่อว่าจะเป็นโครงการรูปแบบที่จะมีพันธมิตรโรงแรมเกือบทุกโครงการ

ii) ผู้บริหารพื้นฐานมาจากวิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย: ผู้บริหารของ SA มีพื้นฐานจากวิศวกรและประสบการณ์งานรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการประเภท Turnkey ที่เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบและก่อสร้าง ทำให้ SA มีจุดแข็งที่ได้เปรียบผู้พัฒนาอสังหาฯรายอื่นอาทิ
1) การประมูลตึกเก่าที่เจ้าของประสบปัญหาทางการเงินมาปรับปรุง และขายเป็นโครงการใหม่ ซึ่งมีข้อดีคือ ลดต้นทุน และรวดเร็วกว่าการเริ่มต้นก่อสร้างตึกใหม่ตั้งแต่ต้น ตัวอย่างโครงการ ได้แก่ โครงการ “Above 39” และมีแผนที่จะเข้าประมูลอีก 1-2 โครงการเร็วๆนี้ ซึ่งกลยุทธ์นี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมงานวิศวกรที่จะหาทางปรับปรุงตึกเก่า ให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด
2) การออกแบบโครงการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มพื้นที่ขายให้มากขึ้น 3) ความได้เปรียบด้านการก่อสร้าง ทั้งการคุมงานก่อสร้างเอง และประสบการณ์ในการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง ปัจจัยต่างๆนี้ เป็นเหตุให้อัตรากำไรของ SA สูงราว 39-40% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอสังหาฯโดยทั่วไป

พร้อมเติบโต จากโครงการในมือ และโครงการใหม่ๆรอเปิดตัวอีก

เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ SA ปี 2564 โดยสมมติฐาน Backlog ที่พร้อมส่งมอบในปี 2564 คิดเป็นราว 44% ของประมาณการรายได้ และคาดด้วยกลยุทธ์ Branded Residence ที่ทำให้เกิดความแตกต่างจากโครงการคอนโดฯทั่วไป จะทำให้ยอดขายของ SA สามารถเร่งตัวขึ้นในช่วงที่ อุปสงส์ - อุปทานอสังหาฯของไทย เริ่มสมดุลมากขึ้น โดยปัจจุบัน Backlog อยู่ที่ 7.25 พันล้านบาท โครงการรอขายมูลค่ารวม 2.2 หมื่นล้านบาท เราประเมิน EPS จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 19.3% CAGR 2563 – 2566

แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมเท่ากับ 9.2 บาท/หุ้น

เราประเมินราคาเหมาะสม SA ได้เท่ากับ 9.2 บาท อิง 0.9 เท่า PEG คิดเป็น Forward PE ปี 2564 เท่ากับ 16.9 เท่า (และจะลดลงเหลือ 10 เท่าในปี 2566) โดยเราทำการประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Abnormal Earnings Growth model เพื่อตรวจสอบอีกครั้งได้ราคา 9.2 บาท เท่ากัน (Cost of Equity 10%, Terminal growth 3%)

  • ผู้โพสต์ superya
  • 2021-02-22 10:49:00
  • 815

ผู้สนับสนุน