เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว

ผถห. EARTH เข้าพบ ก.ล.ต.

  • 2019-06-17 10:06:43
  • 1079

เวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2562 นายสิทธิชัย เจิดอำไพ ตัวแทนกลุ่มผู้ถือหุ้น เอิร์ธ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH พร้อมด้วยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย EARTH ประมาณ 120 คน ได้เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเข้าพบกับนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต.ให้ทบทวน เเก้ไข และชะลอการซื้อขายชั่วคราว ภายหลังประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่กำหนดหลักเกณฑ์จะเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว (เทรดหุ้น) ระยะเวลา 30 วัน โดยเริ่มตั้งแต่ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ สำหรับหุ้นที่ถูกให้หยุดพักการซื้อขาย (SP) ต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน โดยยื่นเอกสารเรียกร้องให้ ก.ล.ต. ส่งหนังสือให้ ตลท. เพื่อพิจารณาในการปรับกฎเกณฑ์การเปิดขายชั่วคราว และนำหุ้นเอิร์ธเข้าในการซื้อขายชั่วคราว

โดยนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องและเอกสารข้อร้องเรียนดังกล่าวไว้ พร้อมทั้งจะจัดการร่างหนังสือเพื่อส่งเรื่องให้ตลาดหลักทรัพย์พิจารณา เนื่องจากตามกฎหมาย ก.ล.ต.และ ตลท.ทำงานแยกกันอย่างชัดเจน หากจะมีการปรับแก้ไขกฎเกณฑ์ของ ตลท. ต้องเริ่มต้นมาจากการที่ ตลท.ต้องการปรับแก้ เพราะเห็นว่ายังมีส่วนที่ต้องปรับเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ ก.ล.ต.ไม่ได้มีอำนาจในการสั่งให้ ตลท.ปรับแก้ได้ทันที

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นเอิรธ์ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ ก.ล.ต.ทบทวน แก้ไขและชะลอการซื้อขายหุ้นชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าหุ้นเอิร์ธเป็นหุ้นที่กำลังฟื้นตัว จึงไม่ต้องการให้มีการซื้อขายชั่วคราว ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ด้วยเหตุผลเพราะ กลัวว่าจะเป็นการเปิดให้มีการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์เดอร์) สร้างความได้เปรียบในการซื้อขายหุ้น ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนทั่วไป เนื่องจากไม่มีข้อมูลงบการเงิน (ผู้รู้ข้อมูลภายใน เช่น กรรมการบริษัท ผู้ตรวจบัญชี เจ้าหน้าที่ธนาคาร) และจากผลการโหวตของผู้ถือหุ้นเอิร์ธ ในการประชุมสามัญวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าผู้ถือหุ้นกว่า 99.6% ไม่ต้องการให้มีการซื้อขายชั่วคราว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีผู้ต้องการให้มีการขายไม่ถึง 1% เท่านั้น ซึ่งการเปิดซื้อขายชั่วคราวนั้น จะทำให้เกิดการตกใจและเทขายอย่างรุนแรง เพราะการเอาหุ้นที่กำลังฟื้นมาขายพร้อมกันกับหุ้นที่ตายแล้วจำนวนมาก จะทำให้ราคาหุ้นที่กำลังฟื้นตกต่ำตามไปด้วยซึ่งการเปิดให้มีการซื้อได้เฉพาะบัญชีแคชบาลานซ์ แต่สามารถขายได้ทุกบัญชีทำให้ซื้อยากขึ้น กำลังซื้อจะน้อยกว่ากำลังขายแน่นอน ทำให้ราคาหุ้นจะตกต่ำลงมากเกินควร อีกทั้งจะเปิดช่องให้มีการสร้างข่าวเท็จ เพื่อหลอกลวงนักลงทุนให้เข้าซื้อหุ้นที่ตายแล้ว เนื่องจากไม่มีข้อมูลงบการเงินที่ช่วยในการตัดสินใจ และขายหุ้นดีที่ติดมือในราคาต่ำเกินไป และเปิดโอกาสให้มีการเทคโอเวอร์อย่างไม่เป็นธรรมขึ้น รวมถึงกระบวนการออกกฏหมายที่จะบังคับใช้กฎเกณฑ์นี้ยังไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อร่างกฎเกณฑ์เสร็จแล้ว จะต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน และลงนามจึงจะสามารถประกาศใช้ได้

  • ผู้โพสต์ ekanun
  • 2019-06-17 10:06:43
  • 1079