เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว


Trends & Turns - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 25/01/64

  • 2021-01-25 11:44:32
  • 131

Trends & Turns - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 25/01/64

Monday, January 25, 2021 10:49


 


ทิศทางตลาดและกลยุทธ์การลงทุน

         

MARKET KINESICS 

          พฤติกรรมตลาด: วันศุกร์ ตลาดหุ้นมีแรงขายออกมาอย่างหนักตั้งแต่เช้า โดยเป็นแรงขายจากสถาบัน -2.1 พันลบ. ต่างชาติ -1.1 พันลบ. พอร์ต บล. -1.1 พันลบ. ขณะที่มีแรงซื้อมาจากรายย่อยเพียงกลุ่มเดียว +4.3 พันลบ. 

          ความเคลื่อนไหวต่างชาติ: ThaiBMA +812 ลบ. SET+mai -1,134 ลบ. All Futures -8,045 สัญญา  

          หุ้นร้อนกระแสแรง: [A] STA,TASCO,KKP,KTB,TMB; [B] BCH,CHG,GLOBAL,JMT,KBANK; [C] CBG, DOHOME,HANA,KCE,RS [รายงานเฉพาะหุ้น 5 อันดับแรก หุ้นอื่นๆ ดู Quantamental Strategy Matrix หน้า 2] 

          

ASSET DYNAMICS

          ปัจจัยแวดล้อม: 1) วันศุกร์ DJ ร่วงลง -179 จุด (-0.6%) หลังจากพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 31,000 จุด ช่วงที่ Joe Biden เข้ารับตำแหน่ง ปธน.; 2) น้ำมันดิบย่อเล็กน้อย Brentประมาณ$55 และ WTIประมาณ$52; 3) Gold Futures ยืน $1,850; 4) แรงขาย US$ ในฐานะสินทรัพย์หลบภัย ยังกด TH฿/US$ จ่อ 29.9; 5) สัปดาห์ที่แล้ว หมอทวีศิลป์ชี้แม้ระลอกใหม่มีอัตราเสียชีวิตเพียง 1/10 ของระลอกแรก ทำให้มีแนวโน้มผ่อนปรนมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจ

          กลยุทธ์ของเรา: สัปดาห์ที่แล้ว SETI/SET50I หลุด 1,514/954 จุด ส่งผลให้โมเมนตัมระยะสั้นดูเป็นลบ ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำผู้อ่าน Trends & Turns ปรับลดน้ำหนักหุ้นในพอร์ตลงจาก 85% เป็น 70% ถอยออกมาดูสถานการณ์ก่อน 

          ส่วนมุ่งชนะตลาด: แนะนำสะสม หุ้นดี+ราคาถูก (อิงแนวรับแนวต้านของหุ้นแต่ละตัว) ด้วยน้ำหนัก Alpha=55% เราชอบ ADVANC,CPN,GPSC,GULF,HMPRO,INTUCH,JASIF,KKP,LH,ORI,PTT,SCC,TISCO 

          ส่วนเกาะตลาด: SETI/SET50I หลุดต่ำกว่า 1,514/954 จุดอีกครั้ง แนะนำลดน้ำหนัก Beta=30% เป็น Beta=15%

          

STOCK LOGICS 


          ADVANC | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=195.- แนวรับ=181.- ตัดขาดทุน=174.5

          เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหุ้นกลุ่ม ICT กำไรมั่นคง+ROE สูง+จ่ายปันผลสม่ำเสมอ

          การให้บริการ 5G เป็นรายแรก หนุน ARPU เติบโตสูง จากและรักษาสถานะเป็นผู้นำตลาดในอนาคต 

          มูลค่ายุติธรรม=219บ. (GGM: FV/BV=7.7x 64F BV=28.5บ. อิง ROE=30%, COE=10%, LTG=7%)


          BBL | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=150.- แนวรับ=126.5 ตัดขาดทุน=115.-

          เป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อที่เน้นธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก จึงมีความเสี่ยงในพอร์ตสินเชื่อน้อยที่สุด *

          ปัจจุบัน BBL ซื้อขายด้วย 64F P/Eประมาณ8x และ P/Bประมาณ0.5x และมีส่วนลดจากราคาเป้าหมายที่น่าสนใจ 

          มูลค่ายุติธรรม=148.75บ. (GGM: FV/BV=0.625x 64F BV=238บ. อิง ROE=6.5%, COE=8%, LTG=4%)


          CPF | ทยอยซื้อสะสม | แนวต้าน=30.- แนวรับ=27.5 ตัดขาดทุน=26.25

          4Q63F คาดการเพิ่มขึ้นของราคาหมูในประเทศและเวียดนามช่วยหนุนให้กำไรเติบโตโดดเด่น 

          คาด FY64F ดีต่อเนื่อง รับรู้กำไรธุรกิจหมูในจีนที่ซื้อปลายปี FY63+ส่วนแบ่งกำไร Tesco Asia

          มูลค่ายุติธรรม=34.5บ. (GGM: FV/BV=1.5x 64F BV=23บ. อิง ROE=11.5%, COE=10%, LTG=7%)


          GPSC | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | แนวต้าน=88.- แนวรับ=73.- ตัดขาดทุน=66.-

          FY63 รับรู้รายได้เต็มปีจาก M&A หุ้น GLOW ทำให้ GPSC มีกำลังการผลิต 2.77GWe เป็น 4.74GWe 

          ในระยะยาวเติบโตไปพร้อมกับกลุ่ม PTT เนื่องจากถูกวางตำแหน่งในฐานะแกนนำธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม 

          มูลค่ายุติธรรม=91บ. (GGM: FV/BV=2.33x 63F BV=39บ. อิง ROE=8%, COE=6%, LTG=4.5%)


          MTC | ซื้อเมื่ออ่อนตัว | แนวต้าน=67.75 แนวรับ=60.5 ตัดขาดทุน=56.75

          ผบห. ตั้งเป้า 63F สินเชื่อเติบโต +20-25% จากแผนการรุกขยายสาขาในปีนี้อีก 600 แห่ง 

          เป็นอีกบริษัทที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID คาดว่า FY64 เติบโตต่อเนื่องจาก FY63 * 

          มูลค่ายุติธรรม=70บ. (GGM: FV/BV=6.2x 64F BV=11.3บ. อิง ROE=25%, COE=12%, LTG=9.5%)


          * อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน COMPANY FOCUS อนึ่ง มูลค่ายุติธรรมของหุ้นใน STOCK LOGICS นี้ อาจแตกต่างจากใน COMPANY FOCUS  

          ในหัวข้อ หุ้นร้อนกระแสแรง เราแบ่งหุ้นเป็น 3 กลุ่ม  [A]=SBUY, [B]=BUY, [C]=TBUY  โดยเรียงลำดับตามความร้อนแรงของโมเมนตัม 

          แนวต้าน=ระดับที่ควรขายทำกำไร (target), แนวรับ=ระดับที่ควรเข้าซื้อ (entry), ตัดขาดทุน=ระดับที่ควรขายจำกัดความเสี่ยง (exit

          

STRATEGY HOLISTICS

          หลักคิดของเรา: แม้ไม่มี หุ้นคงกระพัน หรือ สินทรัพย์คงกระพัน ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในทุกสภาวะ แต่สามารถจะสร้าง พอร์ตคงกระพัน ด้วยการปรับส่วนผสมของหุ้นในพอร์ตและน้ำหนักสินทรัพย์ให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ 

          ระบบของเรา: ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในการเพิ่ม/ลดขนาดของพอร์ตการลงทุน (scalability) ได้อย่างคล่องตัว 

          สามารถปรับส่วนผสมของ Alpha และน้ำหนัก Beta เฉพาะส่วนได้ โดยไม่กระทบกับส่วนอื่นๆ ของพอร์ต (modularity)

          ส่วน Alpha ให้น้ำหนักคงที่ แต่เปลี่ยนหุ้นตามสถานการณ์ - ดู Sector Thematics/Quantamental Strategy Matrix

          ส่วน Beta ให้ปรับน้ำหนักตามความแข็งแรงของแนวโน้มโดยใช้ ETF ตัวเดียว - ดู Trend Confluence Matrix  

          ความเห็นของเรา: สัปดาห์ที่แล้ว SETI/SET50I ได้ถอยหลุดต่ำกว่าระดับจำกัดความเสี่ยง 1,514/954 จุดลงมา ทำให้โมเมนตัมระยะสั้นเป็นลบอีกครั้ง ระบบถือเป็น สัญญาณถอย (sell & see) ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำผู้อ่าน Trends & Turns เพิ่มความระมัดระวัง สำรองเงินสดเพิ่มเป็น 30% โดยปรับลดน้ำหนักหุ้นในพอร์ตจาก 85% เป็น 70%   

          

SECTOR THEMATICS

          ในส่วนนี้เป็นการสรุปคำแนะนำการลงทุนในหุ้นเป็นรายกลุ่ม โดยเราจะใช้ STAR RATING ซึ่งประมวลจากความเห็น 3 ด้าน คือ ด้านพื้นฐานสูงสุดให้ 2 ดาว (SBUY/BUY=, TBUY/HOLD=) ด้านเทคนิคสูงสุดให้ 2 ดาว (BULL=, BOAR=) และด้านกลยุทธ์สูงสุดให้ 1 ดาว (OVERWEIGHT=) สำหรับเรื่องราคาเป้าหมาย เรากำหนด CT=CONSENSUS TARGET (MEDIAN TARGET), FT=FUNDAMENTAL TARGET (LHSEC ESTIMATES) และ TT=TECHNICAL TARGET (RESISTANCE)

          

BANK 

          ปัญหา COVID-19 ระลอกใหม่แม้มีการแพร่ระบาดวงกว้าง แต่อัตราเสียชีวิตต่ำกว่าระลอกแรก คาดไม่ล็อกดาวน์เหมือนระลอกแรก

          4Q63 กันสำรอง ECL ไว้ค่อนข้างเยอะ+คาด ธปท. มีมาตรการผ่อนปรนช่วยลูกหนี้ต่อ เงินกองทุนพอรับมือผลกระทบระลอกใหม่ได้

          เป็นกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสจะถูกปรับเพิ่มน้ำหนัก หาก ตลท. เปลี่ยนวิธีการคำนวณน้ำหนักดัชนีตลาดหุ้นใหม่ โดยไปอิง Free Float แทน 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: BBL (CT=138.-), KBANK (TT=126.5), KKP (CT=60.5), KTB (TT=13.7), SCB (FT=103.-), TISCO (CT=95.-)  

          

COMMERCE    

          ยอดขายได้รับผลกระทบต่อเนื่องถึง 1Q63 จากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ยกเว้น MAKRO ห้างค้าส่งได้รับผลบวกจากกักตุนสินค้าและแอลกอฮฮล์  

          COM7 รับผลบวกจาก iPhone 12 ขายดีมาก  MEGA ได้ประโยชน์จากขายยาและอาหารเสริมเพิ่มขึ้น ห้าง Home Improvement ได้รับผลกระทบน้อย

          OR ประกาศชัดกำลังเจรจาต่อสัญญาร้าน 7-11 เพราะสัญญาเดิมอายุ 10 ปี จะหมดอายุภายใน 2 ปี เป็น Sentiment เชิงบวกต่อ CPALL (FT=75.-)

          หุ้นร้อนกระแสแรง: COM7 (CT=49.-), GLOBAL (CT=20.25), MEGA (CT=45.8)

          

CONSTRUCTION MATERIALS    

          คาดปริมาณความต้องการวัสดุก่อสร้างในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ+การกระตุ้นผ่านงบลงทุนภาครัฐ

          หุ้นหลายตัวได้รับอานิสงส์ทางบวกจากการฟื้นตัวของสเปรดปิโตรเคมี (EPG, SCC) และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่าง TASCO

          หุ้นร้อนกระแสแรง: EPG (CT=9.5), SCC (FT=402.-), TASCO (CT=21.-)

          

CONSUMER FINANCE  

          FY63 เป็นกลุ่มธุรกิจที่สามารถเติบโตสวนกระแสอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบ COVID-19 อย่างหนัก

          กนง. มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศ เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินอาจลดได้อีก 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: JMT (CT=37.88), MTC (FT=71.-), SAWAD (FT=62.-), THANI (TT=4.5)

          

ENERGY & UTILITIES 

          

OIL & GAS 

          ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง หลัง OPEC+ ตกลงคงกำลังผลิตระดับปัจจุบัน+ซาอุฯ ลดกำลังผลิตโดยสมัครใจอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน

          การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการ 4Q63 ออกมาดีกว่าประมาณการของเรา (upside risk) 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: PTT (TT=47.-), PTTEP (TT=122.5)

          

REFINERY & RETAIL 

          4Q63F คาดกำไรหุ้นกลุ่มโรงกลั่นออกมาดี เนื่องจาก GRM กระเตื้องขึ้น+กำไรจากสต็อกน้ำมัน+กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

          1Q64TD ค่าการกลั่น SG GRM ล่าสุดได้ขยับขึ้นมาที่ $1.51/บาร์เรล แม้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ แต่ปรับตัวดีขึ้นมาก QoQ

          ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (BCP, ESSO, PTG, OR) ได้ประโยชน์จาก Marketing Margin ที่แข็งแกร่ง+การใช้รถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น

          หุ้นร้อนกระแสแรง: BCP (TT=27.5), ESSO (TT=9.4), TOP (TT=63.-) 

          

UTILITIES    

          FY64F โรงไฟฟ้า COD เพิ่ม +2.5GWe +10% จาก GULF +35% BCPG +22% BPP +20% BGRIM +13% RATCH +9%

          โครงการลงทุนใหม่ๆ เริ่มเป็นรูปธรรม เช่น แบตเตอรี่ (EA, GPSC), ยานยนต์ไฟฟ้า (EA), และโรงไฟฟ้าก๊าซที่เมียนมา (GPSC) 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: BCPG (TT=17.-), BGRIM (CT=56.-), EA (CT=68.62), GPSC (FT=91.-)

          

FOOD & BEVERAGE   

          เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ตลาดยังมีการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในเทรนด์สุขภาพ 

          หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ผู้บริโภคสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ จะยิ่งเป็นปัจจัยหนุนให้มีการเติบโตต่อ

          หุ้นร้อนกระแสแรง: CBG (CT=146.-), CPF (CT=38.-), RBF (TT=11.-)

          

HEALTH CARE   

          ผลดำเนินงานจะแตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะตัว รพ. ที่รับประกันสังคมโตโดดเด่น ขณะที่ BDMS มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น BH

          รพ. ที่อิงต่างชาติ (BDMS, BH) ยังไม่ฟื้น ขณะที่ CHG โตดีจาก 2 รพ.ใหม่ เริ่มมีกำไร BCH ได้รับผลบวกจากตรวจ COVID-19 มากสุด

          หุ้นร้อนกระแสแรง: BCH (FT=19.-), CHG (FT=3.2)

          

PETROCHEMICALS   

          4Q63F คาดกำไรเติบโตดี ทั้งจากปริมาณขาย+ราคาขายเพิ่ม+มาร์จิ้นที่ฟื้นตัว+กำไรจากสต็อก

          แต่สเปรดเริ่มอ่อนตัวลง จากต้นทุนแนฟทาที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ราคาขายเริ่มนิ่ง

          หุ้นร้อนกระแสแรง: PTTGC (CT=68.-)

          

PROPERTY DEVELOPMENT    

          FY63 ทำยอดขายได้ดีกว่าเป้าหมาย จากความต้องการบ้านแนวราบที่แข็งแกร่ง+การทำโปรโมชั่นเพื่อเร่งยอดขายของคอนโดมิเนียม

          ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC+การขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนที่เติบโตสูง เช่น เมียนมา, เวียดนาม

          จะได้ประโยชน์มากขึ้น หากดอกเบี้ยในประเทศลดลง+เข้าสู่ฤดูกาลจ่ายเงินปันผลหลังประกาศงบ FY63 ซึ่งหุ้น PROP จ่ายด้วยอัตราที่ดี 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: LH (CT=9.6), ORI (FT=9.64), QH (CT=2.62), SPALI (CT=24.2)

          

TELECOMMUNICATION  

          เป็นกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 จำกัด จาก SIM นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นแค่ 2-3% ของรายได้ค่าบริการ

          แต่ธุรกิจโทรศัพท์มือถือจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่กำไรโตไม่มาก เนื่องจากมีภาระสูงจากทั้งค่าคลื่นความถี่ และเงินลงทุนใน 5G


          หุ้นเด่นของกลุ่ม ICT ในช่วงนี้กลายเป็นหุ้นเล็กๆ ที่มีประเด็นเฉพาะตัวอย่าง JMART ที่อิงกระแสการเติบโตสูงของ JMT 

          หุ้นร้อนกระแสแรง: INTUCH (CT=68.-), JMART (CT=24.2)

          

NEWS & VIEWS 

          

กลุ่มไอซีที (น้ำหนักการลงทุน : UNDERWEIGHT) 

          คณะกรรมการของ เอ็นที (ควบรวมระหว่าง กสท. และทีโอที) ได้พิจารณาเรื่องคลื่น 700 MHz ที่ กสท.ได้ประมูลล่าสุด 2 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 5 MHz เป็นเงินทั้งหมด 3.4 หมื่นล้านบาท แต่ กสท. ขออนุมัติงบร่วมประมูลและจัดหาอุปกรณ์ให้บริการ 5G เป็นเงินรวม 5-5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเหลืองบราว 2 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะสร้างโครงข่าย จึงจำเป็นต้องหาพันธมิตรมาร่วมให้บริการ โดยใช้อุปกรณ์ภายใต้โครงข่าย 5G ร่วมกัน ภายใต้ 2 หมื่นล้านบาท ในระยะเวลา 15 ปี ทั้งนี้ ทีโอที โมบายมีลูกค้า 1.8 แสนราย และ มาย บาย แคท มีฐานลูกค้า  2.5 ล้านราย เมื่อควบรวมเป็น เอ็นที โมบาย จะมีฐานลูกค้า 2.68 ล้านราย

          ทั้ง ADVANC และ TRUE ยื่นขอเสนอเป็นพันธมิตรให้ เอ็นทีร่วมใช้โครงข่ายของตนเอง โดยทางค่ายมือถือจะได้เงิน 2 หมื่นล้านบาท จากการที่เอ็นที โมบาย ร่วมใช้โครงข่ายและอุปกรณ์ของตนเอง เป็นระยะเวลา 15 ปี

          TRUE มีข้อเสนอให้ใช้โครงข่ายของตนเอง 1.2 หมื่นสถานี โดย กสท. จะต้องสร้างโครงข่ายของตนเองเพิ่มเติมอีก 1,250 สถานี ซึ่งไม่รวมอยู่ในงบที่ต้องจ่ายให้ทรู 2 หมื่นล้านบาท ที่จะใช้โครงข่ายของตนเอง โดย กสท.ต้องชำระเงิน 2 หมื่นล้านบาทล่วงหน้าทันทีเมื่อลงนามสัญญา  และ TRUE เสนอโครงข่ายให้กสท.ใช้บริการแบบ 4G 50% และ 5G 50%

          ขณะที่  ADVANC เสนอให้ใช้โครงข่ายของตนเอง 1.35 หมื่นสถานี เป็นเวลา 15 ปี โดย กสท.ไม่ต้องสร้างโครงข่ายเพิ่ม โดยกสท.จะชำระเงิน 2 หมื่นล้านบาท แบ่งชำระ 3 งวด ตามจำนวนการติดตั้งสถานีฐาน โดยไม่คิดดอกเบี้ย และ ADVANC เสนอโครงข่ายให้ กสท.ใช้บริการแบบ 5G 100%

          

ความเห็น (กวี #5155)

          ด้วยงบประมาณของ กสท. ที่มีจำกัด กสท. มีโอกาสที่จะเลือกข้อเสนอของ ADVANC มากกว่า TRUE อย่างไรก็ตามเพื่อลดข้อครหาในการผูกมัดการใช้โครงข่าย 5G ของค่ายมือถือเพียงรายเดียว กสท. อาจเลือกใช้บริการของทั้ง 2 ค่าย อย่างละ 50% ข่าวดังกล่าวถือเป็นประเด็นต่อค่ายมือถือ โดยเฉพาะ ADVANC ที่มีความได้เปรียบด้านข้อเสนอ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มเติ่มเข้ามาอีก 1-2 หมื่นล้านบาท และทำให้เรามีโอกาสปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ ADVANC หากได้รับการคัดเลือกให้เป็นพันธมิตร บวกกับโครงข่าย 5G ของ ADVANC ที่มีประสิทธิภาพมากสุด และประสิทธิภาพการทำกำไรได้ดีสุด จึงเลือก ADVANC เป็น Top pick กลุ่ม (BUY I TP=210 บาท)

          

ADVANC

          ADVANC เฮ! ศาลปกครองกลางยกคำร้อง TOT ที่ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ กรณีข้อพิพาทส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ทำให้ TOT ต้องชำระเงินให้ ADVANC กว่า 1,354 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี (ข่าวหุ้น)

          ADVANC เผยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกคำร้องของทีโอที กรณีส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ส่งผลให้ทีโอทีต้องชำระเงิน 1,354 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ทั้งนี้ทีโอทีมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ (ทันหุ้น)

          

ALLA

          ALLA มีลุ้นไตรมาส 1/2564 ปิดดีลเกี่ยวเนื่องพลังงาน คาดมูลค่าลงทุนไม่เกิน 20 ล้านบาท แถมคว้างานต่อเนื่องกับเครนไฟฟ้าและช่องโหลดสินค้า จากรายใหญ่มาเพิ่ม 2 โครงการ มูลค่ารวมราว 230 ล้านบาท ด้านผู้บริหาร "องอาจ ปัณฑุยากร" มองภาพรวมธุรกิจปี 2564 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อน (ทันหุ้น)

          

AP

          เอพี ลุ้นผลงานปี 63 โดดเด่น โบรกฯคาดกำไรสุทธิ 4,011 ล้านบาท โตกว่า 30% จากปี 62 พร้อมคาดจ่ายปันผลงวดปี 63 หุ้นละ 0.51 บาท ดิวิเดนด์ยีลด์สูง 6.85% เชียร์ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท (ข่าวหุ้น)

          

ASIAN

          ASIAN จ่อทุ่มงบ 400 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรระบบออโตอัพแกร่งธุรกิจ พร้อมยกการ์ดสูงป้องกันโควิด ฉีดทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ก่อนส่งสินค้า หวังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ปักหมุดปี 2564 ยอดขายโต 10% จากปีก่อน รับดีมานด์ขยายตัว (ทันหุ้น)

          

ATP30

          ATP30 เผยหลังพันธมิตรใหม่เข้ามาถือหุ้น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจอีกเพียบ เสริมจุดแข็งขยายฐานลูกค้า และเทคโนโลยีโลจิสติกส์ มองระยะยาวดันฐานลูกค้าพุ่ง 4-5 เท่าตัว มีลุ้นผลงานทำนิวไฮ ฟากโบรกชี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ทั้งดีล PP ที่ดี และกำไรที่ฟื้นตัว คาดกำไรปีนี้พุ่งขึ้น 40% แตะ 41 ล้านบาท เคาะเป้า 1.24 บาท (ทันหุ้น)

          

BAM

          บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ทุ่มงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท ซื้อหนี้ NPA-NPL มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปีก่อน พร้อมตั้งเป้ารายได้แตะ 1.7 หมื่นล้านบาท เน้นช่องขายทางออนไลน์ (ข่าวหุ้น)

          

CPF

          ซีพีเอฟ ประสบความสำเร็จเสนอขายหุ้นกู้ฯ 5 รุ่น อายุ 2-12 ปี อัตราดอกเบี้ยระหว่าง 1.75-3.80% ต่อปี ระหว่างวันที่ 18-21 ม.ค. 64 หลังนักลงทุนทั่วไป นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่แห่จองซื้อ มูลค่าทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)

          

FTE

          FTE ปักธงรายได้รวมปี 2564 แตะ 1 พันล้านบาท ใส่เกียร์ลุยชิงงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน มูลค่ารวมมากกว่า 450 ล้านบาท คาดหวังได้งานเติมพอร์ตไม่ต่ำกว่า 50% พร้อมอวดแบ็กล็อกในมือปัจจุบัน 450 ล้านบาท มากกว่า 80% รับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ แย้มมองหาโอกาสผนึกกำลังพันธมิตรใหม่ๆ เพิ่มโอกาสสร้างยอดขายให้ธุรกิจเพิ่ม (ทันหุ้น)

          

INSET

          บิ๊ก INSET ลั่นรายได้ปี 64 โต 15-20% ตุนแบ็กล็อก 2,800-2,900 ล้านบาท บุ๊กรายได้ปี 64 ราว 600-800 ล้านบาท เล็งประมูลงานดาต้าเซ็นเตอร์ 2,000-3,000 ล้านบาท คาดได้งาน 10-30% จ่อแจ้งงบปี 63 วันที่ 18 ก.พ.นี้ โบรกฯ ชี้ไตรมาส 4/63 กำไรพุ่ง 36.7% แตะ 32 ล้านบาท หนุนปี 63 กำไร 134 ล้านบาท โต 11.5% แนะ ซื้อ เป้า 4.16 บาท (ข่าวหุ้น)

          

JR

          JR โดดคว้าโครงการระบบสื่อสารล็อตใหม่ มูลค่าราว 232.67 ล้านบาท หนุน Backlog พุ่งแตะ 6.5 พันล้านบาท รับรู้ยาวถึงปี 2566 พร้อมปักธงปี 2564 รายได้แตะ 2.4 พันล้านบาท โครงการเรียงคิวบุ๊กเพียบ แถมพ้นบ่วงแคชบาลานซ์ วันนี้ (25 ม.ค.) ด้านโบรกเกอร์ ชูฐานแกร่งไร้หนี้-เงินสดอื้อ ฟันธงกำไรปีนี้โตก้าวกระโดด พร้อมเชียร์สอย เคาะเป้าหมาย 8.80 บาท (ทันหุ้น)

          

KK

          KK รับอานิสงส์บัตรประชารัฐ-คนละครึ่ง คาดยอดโตกว่าปีที่ผ่านมา 15% ระบุโควิด-19 รอบใหม่ไม่กระทบลั่นสงขลาการ์ดไม่ตก ดันยอดขายทั้งปี 64 พุ่ง 20% แตะ 1.2 พันล้านบาท เดินเกมเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 3 สาขา จากปัจจุบัน 28 สาขา ตั้งเป้า SSSG โตไม่ต่ำกว่า 5% (ทันหุ้น)

          

NOBLE

          NOBLE มั่นใจต่างชาติพร้อมเดินทางเข้าซื้ออสังหาไทยทันทีที่รัฐบาลเปิดประเทศ หนุนความต้องการพุ่ง เผยมีสต๊อกพร้อมขาย 1.5 หมื่นล้านบาท ย้ำโมเดลเติบโตร่วมกับพันธมิตรสร้างรายได้ติด 1 ใน 5 อสังหาไทย มั่นใจบริหารจัดการต้นทุนการเงินในระดับต่ำ ส่งต่อโครงการดี ราคาเหมาะสมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า (ทันหุ้น)

          

ORI

          ORI ร่วมทุน JWD ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ รุกอสังหาด้านโลจิสติกส์ คลังสินค้าอัจฉริยะ รองรับอีคอมเมิร์ซที่เติบโตแรง เพิ่มโอกาสทำเงินต่อเนื่อง เน้นพื้นที่สุวรรณภูมิ แหลมฉบัง คาดเริ่มรับรู้รายได้ปลายปีนี้ จับตามีมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหา ทั้งลดภาษีที่ดิน ลดค่าธรรมเนียมการโอน เชื่อเป็นบวกต่อทั้งกลุ่ม (ทันหุ้น)

          

PIMO

          บิ๊ก PIMO แง้มผลงานปี 63 โตเด่น รับดีมานด์ใช้มอเตอร์พุ่ง-ออเดอร์แน่น แจ้งงบวันที่ 21 ก.พ.นี้ ลั่นเป้ารายได้ปี 64 โต 20% จากปี 63 ซุ่มเจรจาพันธมิตรผลิตมอเตอร์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ฟากโบรกฯ คาดปี 63 กำไรนิวไฮ 100 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)

          

PTG

          พีทีจี เกาะกระแส EV จับมือพันธมิตรรุกขยายสถานีชาร์จ เตรียมผุดเฟสแรก 5 แห่งภายในเดือน ก.พ.นี้ พร้อมตั้งเป้าขยายครบ 30 แห่งสิ้นปี 2564 นอกจากนี้เดินหน้าศึกษาตั้งโรงงานเอทานอล คาดใช้เงินลงทุน 100-200 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)

          

RBF

          RBF มั่นใจยอดขายปี 64 โตไม่ต่ำกว่าปี 63 ที่คาดทำได้ 10-12% รับอานิสงส์ส่งออกขยายตัว-ลูกค้าออเดอร์เพิ่ม เดินหน้าขยายตลาดอาเซียนหวังเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 20-25% ภายใน 3-5 ปี พร้อมลงทุนโรงงานที่เมืองซูราบายา ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่า 200-250 ล้านบาท หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลง (ข่าวหุ้น)

          

SCB

          แบงก์ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่ ขยายเวลาพักชำระหนี้ 6 เดือน ปรับลดอัตราผ่อนและขยายระยะเวลาผ่อนชำระยาวขึ้น พร้อมอัดสินเชื่อเสริมสภาพคล่องช่วยธุรกิจโรงแรมบริหารค่าใช้จ่ายสูงสุด 30 เดือน (ข่าวหุ้น)

          

SCGP

          จับตา SCGP ประกาศงบปี 63 วันที่ 26 ม.ค.นี้ ออกมาสวย! โบรกฯ ประเมินไตรมาส 4/63 เบ่งกำไร 1,551 ล้านบาท เติบโต 30% หนุนทั้งปี 63 อวดกำไร 6,266 ล้านบาท โตกว่า 19% จากปีก่อน เชียร์ ซื้อ เป้าราคา 50-51 บาท คาดการเข้าซื้อ Go-pak ดันหนุนกำไรปี 64 พุ่ง (ข่าวหุ้น)

          

SISB

          บิ๊ก SISB ยันกรณีกระทรวงศึกษาฯออกประกาศให้คืนค่าการศึกษา 11 รายการให้ผู้ปกครองไม่กระทบ! เหตุได้คืนเงินตั้งแต่เรียนออนไลน์ปี 63 ส่วนเทอม 2 เรียนออนไลน์ให้จ่ายแค่ค่าการศึกษาเท่านั้น ขณะที่คาดปี 64 รับนักเรียนใหม่ 150-200 คน พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมปี 64 เติบโต 10-15% จากปี 63 (ข่าวหุ้น)

          

SPA

          SPA สร้างความมั่นใจบริการ มาตรฐานความปลอดภัยสูง ฟากผู้บริหารคาดทิศทางผลงานครึ่งปีหลังฟื้น เชื่อปีนี้ดีกว่าปีก่อน พร้อมรักษาสภาพคล่องธุรกิจ ยันมีเงินยาวถึงสิ้นปี ด้านโบรกเคาะกำไรฟื้นคืนชีพ 15 ล้านบาท ส่วนปี 65 ทะยานแตะ 137 ล้านบาท ชี้พิกัด 8.80 บาท (ทันหุ้น)

          

STGT

          ผู้บริหาร STGT คาดราคาขายถุงมือยางดีต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/2564 ตามความต้องการที่มีจำนวนมาก ย้ำวัคซีนโควิด-19 ไม่กระทบ ขณะที่บอร์ดเตรียมพิจารณาการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2563 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ใช้นโยบายการจ่ายเงินปันผลใหม่ไม่ต่ำกว่า 50% ส่วนในปี 2564 จะจ่ายปันผลในทุกไตรมาส ด้านโบรกเกอร์ประเมินไตรมาส 4/2563 โกยกำไร 8 พันล้านบาท ทำนิวไฮ เคาะเป้าหมาย 65 บาท (ทันหุ้น)

          

TACC

          โบรกสแกนหุ้น TACC โดดรับอานิสงส์ PTTOR ต่อสัญญา 7-11 ในปั๊ม PTT คงกำไรสุทธิปี 2564 ที่ 233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% แนะ "ซื้อ" เป้าหมาย 8.30 บาท ล่าสุดส่งเครื่องดื่มใหม่กระตุ้นยอดขายไตรมาส 1/2564 เติบโตแข็งแกร่ง (ทันหุ้น)

          

TEAMG

          TEAMG ปี 2564 คาดโต 10% เดินแผนขยายธุรกิจเน้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานทดแทน สมาร์ทซิตี้ ดิจิทัล พร้อมวางงบลงทุน 200 ล้านบาท ด้านงานที่ปรึกษาปัจจุบันอยู่ระหว่างรองานภาครัฐ คาดจะเปิดให้เข้าประมูลไตรมาสแรกปีนี้ (ทันหุ้น)

          

TMB

          แบงก์ทหารไทย (TMB) คาดทั้งปี 64 ส่งออกไทยเติบโตกว่า 3.4% จากกิจกรรมเศรษฐกิจการบริโภคทั่วโลกที่ฟื้นตัว กำลังผลิตของไทยเริ่มกลับมา และราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น แนะเร่งลดอุปสรรคการค้าเสริมศักยภาพ (ข่าวหุ้น)

          

TNP

          TNP ลั่นโครงการรัฐ "เราชนะ" หนุนยอดขายทะลุเป้า ด้านแม่ทัพหญิง "อมร พุฒิพิริยะ" เล็งขนสินค้ามาร์จิ้นสูงมาจำหน่าย รองรับความต้องการผู้บริโภคพร้อมปักเป้ายอดขายปีฉลูวิ่งชน 2.5 พันล้านบาท ทุ่มงบลงทุน 100 ล้านบาท ผุดสาขาใหม่ 5 แห่ง (ทันหุ้น)

          

TOG


          TOG รับแผนตั้งรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตั้งความหวังวัคซีนโควิดส่งผลบวกต่อภาพรวม ปักธงรายได้รวมปี 2564 ยังเติบโต 6-8% กดปุ่มคลังสินค้ายุโรป และเดินหน้าขยายตลาดสหรัฐต่อเนื่อง ชูยอดขายในเอเชียยังขยายตัวดี (ทันหุ้น)


          นักวิเคราะห์:นำชัย เตชะรัตนะวิโรจน์

                    Head of Research & Market Strategist

                    namchai.te@lhsec.co.th

                    02 352 5151


                    เสาวณีย์ เจริญสุข

                    Information Support Officer


          ที่มา: บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 25 ม.ค. 2564

          รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น มิใช่การชักจูงให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในรายงานนี้ 

          บริษัทเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("LH Bank") ข้อมูลใดๆ ที่มีการอ้างอิงถึง LH Bank ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบกับหลักทรัพย์อื่นๆ เท่านั้น 

          ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยได้พิจารณาแล้วว่ามาจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง และ/หรือ มีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่อาจรับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว บริษัทขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงฝ่ายเดียวในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 

          รายงานฉบับนี้จัดส่งให้แก่เฉพาะบุคคลที่กำหนด ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ดัดแปลง ส่งต่อ เผยแพร่ ขาย จำหน่าย พิมพ์ซ้ำ หรือแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ไม่ว่าในลักษณะใดๆ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท 

          การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยง อีกทั้งบริษัทและ/หรือ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของ LH Bank อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือผลประโยชน์ใดๆ กับบริษัทใดๆ ที่ถูกกล่าวถึงในรายงาน/บทความนี้ก็ได้ นักลงทุนจึงควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการพิจารณาตัดสินใจก่อนการลงทุน บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการนำข้อมูลหรือความเห็นในรายงานฉบับนี้ไปใช้ในทุกกรณี

  • ผู้โพสต์ superya
  • 2021-01-25 11:44:32
  • 131

ผู้สนับสนุน