เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว


Wealth Designs - บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) 08/05/63

  • 2020-05-08 09:42:23
  • 428

 Wealth Designs - บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) 08/05/63

Friday, May 08, 2020 09:37


Today's Strategy

          

ฟื้นตัวระยะสั้น

          เมื่อวานนี้ SET INDEX ปรับตัวลงแรงอีกเป็นวันที่ 2 รวม 2 วันดัชนีตลาดลงไปแล้วกว่า 40 จุด และเป็นที่น่าสังเกตว่า หุ้นกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะกลุ่มระบบขนส่งสาธารณะและกลุ่มสื่อสาร ปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดหรือหุ้นบางหลักทรัพย์สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับ SET INDEX ได้ แสดงให้เห็นสัญญาณของการหมุนเปลี่ยนกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงของการพักฐานของตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยที่เริ่มมีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นโลกช่วงนี้ คือ ความกังวลต่อสงครามการค้าที่มีโอกาสปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณกดดันให้จีนทำตามข้อตกลงด้านการค้า Phase แรก ที่ได้เซ็นสัญญาเมื่อต้นปีนี้ โดยตัวแทนด้านการค้าของทั้งสองประเทศ เตรียมประชุมผ่านทางโทรศัพท์สัปดาห์หน้า 

          ภาพระยะสั้นของตลาดหุ้นไทยวันนี้ น่าจะฟื้นตัว ด้วยบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกที่ผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกทั้ง 3 ตลาดและ VIX Index ปรับตัวลดลงราว 7.9% เหลือ 31.44 จุด เราประเมินกรอบการเคลื่อนของ SET INDEX วันนี้ บริเวณ 1,250-1,265/1,270 จุด แต่ภาพระยะกลาง ยังมีความเสี่ยงของการพักฐานลงต่อ โดยมีแนวรับระยะกลาง 1,225-1,230 จุด

          ปัจจัยในประเทศ ติดตามประเด็น ศบค. เตรียมผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ระยะ 2 ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. เพื่อให้เปิดกิจการเพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึงศูนย์การค้า อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มค้าปลีก ปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ ด้วยแรงขายทำกำไรหลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ 


Yuanta Picks


เก็งกำไร IVL  

ราคาปิด 26.75 บาท

แนวต้านทางเทคนิค 28.75 บาท

          เราประเมินว่าปัจจัยเรื่องการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะกลับมามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า จากการเจรจาระหว่างตัวแทนทั้งสองประเทศ ดังนั้น สำหรับ "นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง" อาจใช้เป็นโอกาส Trading หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเนื่องจากเชื่อมโยงโดยตรงกับการเจรจาการค้า

          คาดกำไรปกติ 1Q63 ที่ 1.86 พันลบ. +430% QoQ แม้มีผลขาดทุนจาก Stock loss ราว 2.3 พันลบ. ส่งผลให้ Bottom Line คาดขาดทุนสุทธิราว 400 ลบ. แต่ยังดีกว่าหุ้นอื่นๆในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมาก ซึ่งคาดว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิเป็นจำนวนมากใน 1Q63


สะสม DIF 

ราคาปิด 15.70 บาท

แนวต้านทางเทคนิค 16.20 บาท

          เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการรายงานงบ 1Q63 ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เราคาดว่าจะส่งผลให้ SET INDEX มีความผันผวนมากขึ้น ดังนั้น สำหรับ "นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย" แนะนำให้พักเงินในหุ้นเงินปันผลสูง 

          เราคาดเงินปันผลปี 2563 หุ้นละ 1.03 บาท ให้ Dividend Yield 6.5% และจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอรายไตรมาส ราว 0.25 บาท +/- ต่อไตรมาส 


เก็งกำไร TACC  

ราคาปิด 3.56 บาท

แนวต้านทางเทคนิค 3.96 บาท

          เราประเมินว่า TACC ได้ประโยชน์โดยตรงจากการขยายธุรกิจของ 7-11 เข้าสู่ประเทศกัมพูชา หลังวานนี้ 7-11 ประกาศลงนามสัญญาธุรกิจแฟรนไชส์ในกัมพูชาระยะเวลา 30 ปี และต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้งๆละ 20 ปี ดังนั้น เราเชื่อว่าด้วยสัมพันธ์ที่ดี TACC มีโอกาสเป็นผู้ Supply น้ำดื่มในโถกดให้ 7-11 ในประเทศกัมพูชา

          แนวโน้มกำไรปกติ 1Q63 คาดโตเด่น +25% YoY เป็น 42 ล้านบาท ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER2563 ราว 12 เท่า และให้ Dividend Yield 6.6%


เก็งกำไร JMT

ราคาปิด 18.50 บาท

แนวต้านทางเทคนิค 19.20 บาท

          ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 19.20 บาท แนวรับ 18.40 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 17.70 บาท

          JMT ได้ประโยชน์จาก NPL ในระบบธนาคารที่ปรับตัวขี้นจากการเกิด COVID-19 ส่งผลให้มีโอกาสซื้อลูกหนี้ NPL เพิ่มเติมจากการ Write off ของธนาคารพาณิชย์ ช่วยหนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลางขึ้น 


HOT Topics

          1.การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อตลาดมากขึ้น เราวิเคราะห์แต่ละ Scenario อย่างไร ?

          2.ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน เม.ย.ของสหรัฐฯ คาดลดลง 21 ล้านคน 

          3.ซาอุดิอาระเบียปรับลด Discount ราคาขายน้ำมันดิบ (OSP) ให้กับเอเชีย เป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก 

          4.บทวิเคราะห์ 11 ฉบับ ได้แก่ PTT, TPIPP, SCCC, GPSC, MTC, ADVANC, TACC, TU, LPN, MONO, IRPC


Market Recap

          SET INDEXปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 โดยปิดตลาดที่ 1,257.98จุดลดลง20.65จุด(-1.62%)ด้วยมูลค่าการซื้อขาย5.6 หมื่นล้านบาท

หุ้นMost Active BAM (-5.15%), CPALL (+0.36%), PTT (-2.14%), PTTEP (-1.79%), INTUCH (+3.27%), BBL (-4.23%)


กระแสเงินทุน

          หุ้น กองทุนในประเทศขายสุทธิครั้งแรกในรอบ 3 วันราว 4.3 พันล้านบาท โดย YTD นักลงทุนสถาบันมีสถานะซื้อสุทธิ 4.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเป็นวันที่ 4 มูลค่า 2 พันล้านบาท จากวันก่อนหน้าที่ขายสุทธิ4.6พันล้านบาทโดย YTD นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิสะสม 1.69 แสนล้านบาท

          SET50 Index Futures นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ Short สุทธิเป็นวันที่ 4 ราว6.1 พันสัญญา โดย QTD มียอดShortสุทธิสะสมราว3.3 หมื่นสัญญา

          ตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติสลับมาขายสุทธิมูลค่า1.2 พันล้านบาท จากวันก่อนหน้าที่ซื้อสุทธิ357ล้านบาท


Factors

          (0) ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯอยู่ที่ 3.17 ล้านคน แย่กว่าคาดที่ 3.05 ล้านคน แต่ดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 3.85 ล้านคน ช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขอรับสวัสดิการว่างงานไปแล้วกว่า 33.5 ล้านคน จับตาดูตัวเลขของทางการคืนนี้ (19.30 น.) ตลาดคาด -21.5 ล้านคน และคาดอัตราการว่างงานที่ 16% 

          (+) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพลิกกลับมาอ่อนตัวลงเร็ว หลังจากเร่งขึ้นในวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากความกังวลในการเพิ่มวงเงินประมูลพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ โดยเฉพาะรุ่นอายุ 20 ปี ที่คาดหวังวงเงินสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ มากกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ราว 1.4 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยระหว่าง 11-13 พ.ค.จะมีการประมูลพันธบัตรอายุ 3, 10, 30 ปี จึงอาจดึงเม็ดเงินออกจากตลาดไปบางส่วน  

          (-) คณะผู้แทนการค้าของสหรัฐฯและจีนจะ Conference Call เพื่อเจรจาข้อตกลงเฟส 1 ในสัปดาห์หน้า (ยังไม่ระบุวัน) ถือเป็นปัจจัยรบกวนสินทรัพย์เสี่ยงจนกว่าจะมีความชัดเจน เราประเมินผลเป็น 3 กรณี (หากการเจรจามีความคืบหน้า) (1) จีนมีเหตุผลเพียงพอที่ชะลอการซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯยังไม่ยกเลิกดีล - จะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว SET INDEX กลับสู่ 1,300 จุด (2) จีนไม่มีเหตุผลเพียงพอ และสหรัฐฯยกเลิกดีล - จะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทรุดตัว SET INDEX จะถอยเร็วต่ำกว่า 1,200 จุด (3) การเจรจาไม่มีความคืบหน้า - โหมดการลงทุนเข้าสู่ภาวะ Overhang คาด SET INDEX แกว่งตามข่าวในกรอบ 1,200-1,250 จุด ในเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจเลือกพักเงินใน INTUCH/ DIF/ BEM/ GPSC/ BPP/ TTW

          (0) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เตรียมผ่อนปรนระยะที่ 2 กลุ่มห้างสรรพสินค้าเปิดบริการวันที่ 17 พ.ค.นี้ โบรกฯ คาดส่งผลดีต่อราคาหุ้นกลุ่มศูนย์การค้าและร้านอาหาร ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า

          (0) Block Trade ที่สถานะคงค้าง (OI) เพิ่มขึ้นมาและมีสัญญาณบวกคือ RATCH/ INTUCH/ LPN ส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นและมีสัญญาณลบคือ ERW/ THCOM


          Strategist Team


          Padon Vannarat

          Head of Research 662-009-8060


          Natapon Khamthakrue

          Strategist 662-009-8059


          Piyapat Patarapuvadol

          Strategist 662-009-8062 


          Assistant Analyst

          Thidarat Charoenwut

          Kanin Angsunit          

          Paramaporn Rujakom  


          ที่มา: บจ.หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ประจำวันที่ 8 พ.ค. 2563

 

  • ผู้โพสต์ natsinee
  • 2020-05-08 09:42:23
  • 428

ผู้สนับสนุน