เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ทอล์คออฟเดอะทาวน์


Smart Invest

  • 2019-06-08 05:00:01
  • 340

เกษียณสุขกับ PVD-RMF

By มีตังค์

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)  เปรียบได้กับเครื่องปั้มเงินสำหรับคนวัยเกษียณ  

แต่ก่อนจะให้ 2 หัวจ่ายนี้ผลิตเงินออกมา แน่นอนเราก็ต้องลงทุนเสียก่อน มิฉะนั้นเครื่องปั้มเงินก็จะผลิตเงินให้เราไม่ได้

สำหรับการลงทุนผ่านทั้ง 2 ช่องทางนี้ นอกจากจะช่วยให้มูลค่าเงินลงทุนของเราเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินใช้ในวัยเกษียณ โดยลูกจ้างสามารถส่งเงินสะสมเข้ากองทุนได้ 2-15 % ของเงินเดือน ส่วนนายจ้างจะจ่ายเงินสมทบให้กับลูกจ้าง 2-15 %

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ สามารถลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 15 % ของรายได้ในแต่ละปีที่เสียภาษี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันบำนาญ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แล้ว ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท

สำหรับเงื่อนไขสำคัญของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือ เมื่อลงทุนไปแล้ว จะต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (เว้นได้อย่างมาก 1 ปี) ไปจนถึงอายุ 55 ปี และก้อนแรกลงทุนครบ 5 ปี จึงจะขายหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ลงทุนมาได้

มาถึงเรื่องสำคัญ คือ จะต้องเตรียมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณเท่าไร จากการสำรวจของ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ถ้าคิดเฉพาะค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่าง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งกรณีนี้จะเรียกว่า “เกษียณพอเพียง” จะใช้เงินเดือนละ 15,500 บาท

แต่ถ้าอยากใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น มีไปสังสรรค์กับเพื่อน หรือไปท่องเที่ยว กรณีนี้คือ “เกษียณสบาย” จะใช้เงินเดือนละ 26,000 บาท แต่ในการคำนวณว่า ต้องเตรียมเงินเท่าไรเพื่อใช้ในช่วงเกษียณ ก็ต้องคิดอัตราเงินเฟ้อรวมเข้าไปด้วยซึ่งปกติแล้วจะใช้อัตราเงินเฟ้อที่ 3% ต่อปี อย่างคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน อายุ 23 ปี หากตั้งใจจะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และใช้ชีวิตไปจนถึงอายุ 85 ปี กรณีเกษียณพอเพียง จะต้องมีเงินเตรียมไว้ 13.89 ล้านบาท ส่วนกรณีเกษียณสบายจะต้องมีเงินเพิ่มขึ้นเป็น 23.28 ล้านบาท

เงินที่ต้องเตรียมสำหรับเกษียณที่สูงถึงหลัก 10 ล้านแบบนี้ การลงทุนผ่าน PVD และ RMF จะพอหรือไม่ โดยหากปัจจุบันอายุ 23 ปี เพิ่งเริ่มทำงาน โดยได้เงินเดือน 18,000 บาท ซึ่งเงินเดือนมีการปรับขึ้นเฉลี่ย 6% ต่อปี มีการสะสมเงินเข้า PVD ในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามอายุและรายได้ที่สูงขึ้น โดยมีการสะสมเงินเข้า PVD ในช่วงแรก 5 % จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 10 % เมื่ออายุ 31 ปี และเพิ่มขึ้นเป็นอัตราสูงสุด 15% เมื่ออายุ 41 ปี ซึ่งบริษัทมีการสมทบเงินเข้า PVD 5% ต่อปี  

ในส่วนของ RMF นั้น จะเริ่มลงทุนเมื่ออายุ 31 ปี เพราะเริ่มเสียภาษี โดยลงทุน 15% ของรายได้ทั้งปีที่เสียภาษี ซึ่งจะทำงานไปจนถึงอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีอายุยืนยาวไปจนถึงอายุ 85 ปี 

การเก็บออมเงินอย่างต่อเนื่องใน PVD และ RMF ของกรณีนี้ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง (ลงทุนในหุ้น 30% และตราสารหนี้ 70%) และได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี จะช่วยให้ได้รับเงินเมื่อเกษียณอายุ 17.74 ล้านบาท ซึ่งพอสำหรับการเกษียณแบบพอเพียง เรียกได้ว่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำงาน เพียงแค่เก็บออมเงินอย่างมีวินัยผ่าน PVD และ RMF ก็มีเงินเพียงพอเพื่อใช้ในช่วงเกษียณอายุ  

แต่ถ้าอยากจะท่องเที่ยวในช่วงบั้นปลายชีวิต หรือเกษียณแบบสบาย ก็ต้องเก็บออมเงินเพิ่ม เพื่อให้มีเงินเก็บเตรียมไว้สำหรับใช้ในยามเกษียณ 23.28 ล้านบาท โดยสามารถเก็บออมเงินเพิ่มผ่านการลงทุนในกองทุนผสมตั้งแต่อายุ 36 ปี ไปจนถึงอายุ 60 ปี ด้วยยอดเงินลงทุน 15% ของรายได้ ซึ่งจะช่วยให้แผนการเกษียณแบบสบายเป็นจริงได้

จะเห็นได้ว่าการเก็บออมเงินเพื่อให้มีเงินพอใช้ในช่วงเกษียณไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่าน PVD และ RMF ก็จะช่วยให้มีเงินพอใช้สำหรับเกษียณอายุได้ ที่สำคัญ คือ ต้องมีวินัยในการลงทุน


>>กดติดตาม LINE@Share2Trade ได้ที่นี่<<

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-06-08 05:00:01
  • 340