เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ทอล์คออฟเดอะทาวน์


Smart Invest

  • 2019-06-14 09:59:56
  • 1123

มาทำความรู้จัก IFF กันเถอะ

By มีตังค์


กระแสการลงทุนมาแรงช่วงนี้ต้องยกให้ สินทรัพย์ทางเลือก ทั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) ที่ต้องบอกว่าตอบโจทย์ได้ดีในภาวะที่การลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกผันผวน ที่สำคัญ คือ ดอกเบี้ยโลกที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 

ในเร็วๆนี้ จะมีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก น้องใหม่ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั่นก็คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF)  เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งและบริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง  

โดย SUPEREIF จะลงทุนครั้งแรกในสิทธิในรายได้สุทธิที่จะเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 19 โครงการ กำลังการผลิตรวม 118 เมกะวัตต์ ของ บริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด (17AYH) และบริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (HPM)

ดังนั้นเพื่ออุ่นเครื่องรอรับน้องใหม่ ในระหว่างนี้มาทำความรู้จักกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกันไปพลางๆ ทั้งนี้ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นกองทุนประเภทหนึ่งที่ตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่วไปทั้งรายย่อยและสถาบัน เพื่อลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะในวงกว้างของประเทศไทย 

โดยกิจการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นกิจการที่มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง กองทุรวมโครงสร้างพื้นฐานจึงจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณการลงทุนและการก่อหนี้สาธารณะของภาครัฐตลอดจนเป็นทางเลือกในการระดมทุนของภาคเอกชนในการพัฒนากิจการโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ได้

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสามารถลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐาน 10 ประเภท คือ ระบบขนส่งทางราง ไฟฟ้า ประปา  ถนน ทางพิเศษ หรือทางสัมปทาน ท่าอากาศยาน หรือ สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม พลังงานทางเลือก ระบบบริหารจัดการน้ำ/การชลประทาน  ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ

มาที่เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ต้องขีดเส้นใต้ตัวหนาไว้ นั่นก็คือ ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนอย่างไร จากการลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

ผู้ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะได้รับผลตอบแทน ใน 2 รูปแบบ คือ

1.เงินปันผล (Dividend) รายได้ของกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มาจากค่าเช่า ค่าบริการ และอื่น ๆหักด้วยรายจ่าย เหลือเป็นกำไรที่นำมาจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งสำนักงาน ก.ล.ต. กำาหนดให้จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 90 % ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (รายการที่ปรับปรุง คือ กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้น จากการประเมินราคาทรัพย์สิน เงินสำรองที่กันไว้เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือปรับปรุงกิจการโครงสร้างพื้นฐาน เงินสำรองที่กันไว้เพื่อการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมหรือภาระผูกพันของกองทุนรวมตามนโยบายการกู้ยืมเงิน เป็นต้น) 

โดย บลจ. ต้องจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละครั้ง (อาจกำหนดจ่ายปีละหลายครั้ง เช่น จ่ายทุกไตรมาส (ปีละ 4 ครั้ง) หรือจ่ายทุก 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้ง) ก็ได้) ทั้งนี้ กิจการโครงสร้างพื้นฐานบางโครงการที่กองทุนเข้าลงทุนจะมีผลประกอบการที่ชัดเจนและไม่ค่อยผันผวนผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง

2. กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) เนื่องจากกองทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับกำไร (หรือ ขาดทุน) จากส่วนต่างราคาที่ซื้อขาย ทั้งนี้ การเพิ่มหรือลดของราคาซื้อขายจะขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุน และสภาวะตลาดด้วย

สำหรับข้อพิจารณาก่อนการลงทุน เช่น ประเภทกิจการที่นำมาจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีผลต่อผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับด้วย และในบางครั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอาจมีการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง(Greenfield Project) ซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องความล่าช้าหรือต้นทุนของโครงการ มากกว่าโครงการที่สร้างเสร็จและมีรายได้แล้ว (Brownfield Project) ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับความคืบหน้าในการก่อสร้างของโครงการด้วย

อีกประเด็นสำคัญ ที่ต้องคำนึงถึง นั่นคือ ความเสี่ยงในด้านสภาพคล่องการซื้อขาย และราคาหน่วยลงทุนที่อาจลดลง นอกจากนี้ ราคาซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นราคาที่เกิดจากกลไกตลาด 

สุดท้ายและท้ายที่สุด คือ ไม่ว่าจะลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน ต้องประเมินความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วย

>>กดติดตาม LINE@Share2Trade ได้ที่นี่<<

  • ผู้โพสต์ nongnapas
  • 2019-06-14 09:59:56
  • 1123