เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2020-11-19 13:34:25
  • 475

รายงานพิเศษ : ไอพีโอ JR ไอซีที-ไฟฟ้าครบวงจร พร้อมเติบโตก้าวกระโดด

บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR ผู้ให้บริการงานระบบไอซีที และไฟฟ้าครบวงจร พร้อมโตก้าวกระโดด"จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ เผยเตรียมขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้นลงกระดาน SET ในปีนี้เพื่อเพิ่มฐานทุนปูทางรับงานใหญ่ ชี้่จุดแข็งศักภาพวิศวกรรมระดับคุณภาพ ไม่เคยมีประวัติเสีย โชว์งานในมือ 6.3 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ 3 ปี มีรายได้ต่อเนื่องระยะยาว มั่นใจสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้อย่างยั่งยืน


*JR ทำธุรกิจอะไร

บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เป็นผู้ให้บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง และติดตั้งงานระบบสื่อสารโทรคมนาคมเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบไฟฟ้า แบบครบวงจร รับงานทั้งภาครัฐบาล และเอกชน 

ด้านธุรกิจไอซีทีแรกๆ เราเข้าไปรับงานที่เน้นใช้แรงงาน แล้วจึงพัฒนาขึ้นมาเป็นงานระบบลักษณะที่เรียกว่า Turnkey Solution แล้วเราจึงเข้าไปเป็นตัวแทนเจ้าต่างๆ รวมถึงมีการรับงานตามแนวรถไฟฟ้าสีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าเราเริ่มจากการทำสถานีไฟฟ้าย่อย และค่อยขยับเป็นงานด้านสายส่งไฟฟ้าซึ่งพอแผนงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจจากแผนแม่บทโครงการเปลี่ยนระบบสายอากาศเป็นสายใต้ดิน เราก็มีโอกาสรับงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ทีมงานบริหารมากประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 26 ปี จนเป็นที่ยอมรับ เชื่อถือจากพันมิตรธุรกิจมาโดยตลอด

*การขายหุ้นไอพีโอ

JR จะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท คิดเป็น 26.32% จากจำนวนหุ้นหลังเสนอขาย แบ่งเป็นเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร รวมถึงพนักงาน 16 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อประชาชน 184 ล้านหุ้น

หุ้นทั้งสองส่วนจะเสนอขายในราคาเดียวกัน กำหนดราคาไอพีโอที่ระดับ 5.50 บาท เปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 20 และ 23-24 พฤศจิกายน 2563 และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ภายใต้หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย

 พร้อมกันนี้ยังมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 10 แห่ง ด้วยกันประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด  บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)   บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)   บริษัทหลักทรัพย์  ทรีนีตี้ จำกัด   บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)  บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)   และบริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน)  

*เป้าหมายการเข้าระดมทุน

การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จะทำให้ฐานทุนเราเพิ่มขึ้น เราก็จะมีความสามารถในการขยายธุรกิจมากขึ้น จะรับงานขนาดใหญ่ได้มากขึ้นด้วย

อีกแง่มุมคือภาพลักษณ์ความเป็นบริษัทจดทะเบียนช่วยให้เราน่าเชื่อถือกว่าเดิม เป็นการยกระดับตัวเราให้มาตรฐานเดียวกับบริษัทชั้นนำต่างประเทศ 

*ผลประกอบการย้อนหลังก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์

ในปี 2560 บริษัทเรามีรายได้รวม 967.60 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเท่ากับ 41.25 ล้านบาท, ปี 2561 รายได้ 934.17 ล้านบาท กำไร 82.93 ล้านบาท, ปี 2562 รายได้ 848.90 ล้านบาท กำไร 60.75 ล้านบาท และงบงวด 9 เดือนแรกปีนี้รายได้อยู่ที่ 929 ล้านบาท มีกำไร 63.68 ล้านบาท 

*จุดแข็งของบริษัทฯ

ความเป็นวิศวกรรมของเรามันตอบโจทย์ ยกตัวอย่างเราทำงานสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่งมันมีเวลาบังคับกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ที่ระบุในสัญญา หรือในงานรถไฟฟ้ามันถูกยึดโยงด้วยวันกำหนดเปิดให้บริการ ดังนั้นงานจะล่าช้ากว่ากำหนดไม่ได้เลย ดังนั้นการทำงานของเราถือเป็นการโชว์ศักยภาพทางวิศวกรรม ซึ่งที่ผ่านมาเราทำงานได้สมบูรณ์ เราไม่เคยมีประวัติถูกปรับเลย

เราจะไม่หว่านประมูลงานเน้นเอาปริมาณมากๆ ไว้ก่อนโดยไม่ประเมินความเสี่ยง เพราะงานหลักเราไม่ใช่โยธา แต่เราจะมองหางานออกแบบวางระบบโดยใช้ความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม แล้วเมื่อใดงานแบบนั้นเกิดก็จะเป็นโอกาสสำหรับเราซึ่งวันนี้โครงการต่างๆ เช่น EEC, โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการสนามบินอู่ตะเภา เหล่านี้จะสืบเนื่องให้หลายภาคส่วนต้องขยายยูทิลิตี้กลายเป็นงานมากมายให้ JR

อีกประการคือ เราและพาร์ทเนอร์ต่างๆ มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันสูง ทั้งในส่วนที่เป็นผู้ว่าจ้างเรา และซัพพลายเออร์ที่ทำงานร่วมกันมา ทำให้เราได้การสนับสนุนเป็นพิเศษเสมอมา ช่วยให้ต้นทุนด้านการเงินเราต่ำจนแข่งขันได้ง่าย 

*งานในมือปัจจุบัน

ณ สิ้นไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ประมาณ 6,169.53 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับในไตรมาส 4 ปีนี้อีก 322 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ปี 2564-66  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานโครงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศ เป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู หนุนรายได้ของบริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

*รายได้ต่อเนื่องระยะยาว

ด้วยลักษณะธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโทรคมนาคม กับระบบไฟฟ้าที่เราทำทั้งหมดในแบบ Turnkey ทำให้เมื่อการทำโครงสร้างงานใหญ่ๆ สำเร็จ มันจะเกิดงานดูแล บำรุงรักษาที่ตามมาด้วย ซึ่งหลังหมดค้ำประกันสัญญางานตรงนี้ก็จะถือเป็นรายได้ต่อเนื่องที่จะเพิ่มเติมในระยะยาว นอกจากนี้ก็ยังจะได้งานพวกอุปกรณ์ต่างๆ ตามมาเช่นกัน

*โอกาสในงานใหม่ๆ

เราเริ่มศึกษาหลายงานนอกเหนือไปจากไฟฟ้าที่จะมาเติมเต็มตัวเรา เช่น Oil & Gas หรืองานเชิง วิศวกรรมชั้นสูงที่จะให้อัตรากำไรสูงมากๆ ตามมา 

ตอนนี้ก็เริ่มมีพันธมิตรต่างประเทศเข้ามาเจรจาชักชวนเราไปร่วมงาน ซึ่งถ้าเราเห็นโอกาสเราก็พร้อมจะก้าวเข้าไปรับงานเหล่านั้นหลังจากฐานเงินทุนหมุนเวียนเรามากขึ้นแล้ว

*ฝากถึงนักลงทุน

การที่ JR เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะนำพาโอกาสที่ใหญ่ขึ้นเข้ามาหาเรา ด้วยจุดเด่นที่เรามีช่วยให้เราแข่งขันได้โดดเด่น เราจะมีความแข็งแกร่งทางการเงินมากกว่าเดิม ส่งเสริมให้เราสามารถก้าวกระโดดยิ่งๆ ขึ้นไป และพร้อมที่จะเป็นบริษัทที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้อย่างยั่งยืน 

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2020-11-19 13:34:25
  • 475

ผู้สนับสนุน