เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2020-11-21 06:05:02
  • 658

แก้พอร์ต LTF ติดลบแบบเจ็บน้อยที่สุด

By...มีตังค์ 


เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี ผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีก็ถึงเวลาต้องวางแผนทางการเงินเพื่อประหยัดภาษี  

อย่าลืม ! สำหรับปี 2563 นี้ จะไม่สามารถซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ได้อีกแล้วเพราะรัฐบาลไม่ต่ออายุให้ แต่ส่งน้องใหม่มาแทน คือ กองทุนรวมเพื่อการออม (SUPER SAVINGS FUNDS : SSF)  ที่ต้องถือลงทุนยาวถึง 10 ปี

สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่แย่ ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  ตลาดเงิน ตลาดทุนผันผวนหนัก ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเฉลี่ย 50 % หรือไปยืนอยู่แถว ๆ ที่ระดับ 1,000 จุด ปลายๆ ใครที่ลงทุนในกองทุน LTF บาดเจ็บหนัก นอกจากกองทุนที่ถือติดลบแล้ว เรียกได้ว่าไปกินในส่วนที่ได้ลดหย่อนภาษีด้วย 

เมื่อไม่มีกองทุน LTF ให้ลงทุน คนที่ติดดอยหรือขาดทุนจากกองทุนนี้จะทำอย่างไรดี เพราะโดยปกติแล้วหากการลงทุนติดลบจะมี 3 กลยุทธ์ เพื่อแก้พอร์ต นั่นคือ "ถือ-ถอย-ถัว" 

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน LTF นั้น จะต้องลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯไทยไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV)  ซึ่งต่างจาก SSF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่จะมีอิสระในการลงทุนที่มากกว่า โดย SSF และ RMF จะสามารถลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ นอกเหนือไปจากหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯไทย และ LTF ที่ 

ซื้อก่อนปี 2559 ต้องถือครอง 5 ปีปฏิทิน  ส่วน LTF ที่ซื้อปี 2559 เป็นต้นไปต้อง ถือครอง 7 ปี ปฏิทิน

วิธีการดำเนินการกับกองทุน LTF ควรแยกออกเป็น 2 กลุ่ม 

กลุ่มแรก สำหรับ LTF ที่ยังไม่ครบกำหนด ไม่ควรขายตัดขาดทุน เพราะหากผิดเงื่อนไข นอกจากจะขาดทุนแล้ว จะพบกับความยุ่งยากในการเดินเรื่องเพื่อจ่ายภาษีคืนให้กรมสรรพากร ดังนั้นทางออกสำหรับกลุ่มนี้ ก็คือ การกระจายความเสี่ยง และสำหรับผู้ที่ต้องซื้อ SSF หรือ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีในปีนี้ ก็ควรลดน้ำหนักการลงทุนใน SSF หรือ RMF ที่ลงในตลาดหุ้นไทยลง แล้วหันไปซื้อ SSF หรือ RMF ที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ใช่หุ้นไทย ก็จะช่วยให้ภาพรวมของพอร์ตไม่ขี้เหร่ 

กลุ่มที่สอง คือผู้ที่ถือ LTF ครบกำหนดแล้วและสามารถขายออกมาได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข แต่หากเรายังมีภาษีที่ต้องจ่ายค่อนข้างสูง การเลือกขาย LTF ออกมาแม้จะขาดทุน แต่หากนำไปลงทุนต่อในหมวดรายการลดหย่อนภาษี เพื่อได้ภาษีคืน ก็ถือเป็นทางที่ควรเลือก ในกรณีนี้หากกลัวว่าขาย LTF ออกไปแล้วดัชนีหุ้นไทยจะกลับขึ้นเป็นบวก และกลัวตกรถไฟหากหุ้นมีทิศทางขาขึ้นก็อาจจะใช้วิธีค่อย ๆ รินขายออกก็ได้          

สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า “ถือ ถัว หรือ ถอย” จะใช้กลยุทธ์ไหนในการจัดการกับพอร์ตที่ติดลบก็ต้องคำนึงถึงหลายๆปัจจัยด้วย เช่น ภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยพื้นฐาน เทคนิคการจับจังหวะการลงทุน เหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงต้นทุนของพอร์ต

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2020-11-21 06:05:02
  • 658

ผู้สนับสนุน