เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-01-22 13:19:22
  • 2291

CHO-CWT-NEX รอซิ่ง! รับธีมรถไฟฟ้า

Mr.Data

ไม่แปลกใจ! ที่เห็นราคาหุ้นไซส์มินิอย่าง บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) (CHO) บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CWT) และบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (NEX)ออกอาการขยับแข้งขยับขา 

เพราะกระแสรถไฟฟ้าในปีนี้ ดูเหมือนว่าจะมาแรง ตาม Mega Trend 

โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 21 ม.ค.64 

ราคาหุ้น CHO เพิ่มจาก 0.50 บาท มาอยู่ที่ 0.58 บาท เพิ่มขึ้น 16%

ราคาหุ้น CWT เพิ่มจาก 2.40 บาท มาอยู่ที่ 3.24 บาท เพิ่มขึ้น 35%

ราคาหุ้น NEX เพิ่มจาก 4.20 บาท มาอยู่ที่ 5.40 บาท เพิ่มขึ้น 28%

มาดูกันที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทกันบ้าง???


CHO ดำเนินธุรกิจออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถัง ติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ ให้บริการเทคโนโลยีระบบราง รวมทั้งผลิตและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการป้องกันประเทศ สินค้าและบริการของบริษัทฯ เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถบัส รถลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน รถไฟ รถดับเพลิง รถกู้ภัย รถหุ้มเกราะ รถลำเลียงพล เรือรบหลวง เป็นต้น

ปลายปี 2560 CHO คว้าประมูล "รถเมล์ NGV ขสมก." 489 คัน มูลค่า 3,800 ล้านบาท พร้อมสัญญาซ่อมบำรุง 10 ปี ทำให้ บริษัท มี Recurring Income เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ 

ปลายปี 63 บริษัทฯเริ่มบุกตลาด Bus EV ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยบริษัทฯชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างเหมารับ–ส่งบุคลากรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยรถโดยสารไฟฟ้า ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มูลค่ารวม 76 ล้านบาท 

14 ม.ค.64 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนารถ ASIA CAB ไฟฟ้าต้นแบบกับ บริษัท เอเชีย แค็บ จํากัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือเพื่อวิจัยและพัฒนา ASIA CAB ไฟฟ้าต้นแบบ

“เอเชีย แค็บ” เป็นเจ้าของกิจการและเป็นผู้ผลิตรถลอนดอนแท็กซ่ีในนาม CABB Taxi สัญชาติไทย ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานสากล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ “CHO” เป็นคู่สัญญารับทําการพัฒนารถลอนดอนแท็กซี่ เพื่อเปลี่ยนจากระบบเครื่องยนต์สันดาปเป็นระบบไฟฟ้าแบบปลั๊กอิน( PEV) และ “CHO” จะเป็นผู้ศึกษาตลาดเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวา

CWT ประกอบธุรกิจหลัก 3 กลุ่มธุรกิจคือ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์หนัง ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์หนังสัตว์ฟอก 2) ผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยง 3) ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์หนัง 4) ผลิตภัณฑ์เบาะหนังและชิ้นส่วนหนังสำหรับรถยนต์ เช่น Toyota Honda Nissan Isuzu Mazda Mitsubishi และ Chevrolet 2.กลุ่มพลังงาน โดยบริษัทได้ลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท ชัยวัฒนา กรีน จำกัด ในสัดส่วน 100% โดยมีเป้าหมายเพื่อประกอบธุรกิจลงทุน (ถือหุ้น) บริษัท ในกลุ่มพลังงานทดแทน 3.กลุ่มออกแบบและจัดจำหน่ายยานพาหนะ ซึ่งประกอบกิจการออกแบบและจัดจำหน่ายเรือ และรถโดยสารขนาด เล็กที่ผลิตด้วยอลูมิเนียม

ถือเป็นหุ้นไซส์เล็กที่มีความน่าสนใจ จากการกระจายความเสี่ยงธุรกิจ เพื่อเพิ่มฐานรายได้ประจำ และโอกาสการเติบจากธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve นั่นคือ "นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" ผ่าน SAKUN C โดย CWT ถือหุ้นใหญ่ 50% กลุ่มโชคนำชัยถือ 40% และ สวทช. เข้าถือ 10% 

ธุรกิจหลักของ SAKUN C ได้แก่ การต่อเรือไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า และรถมินิบัส ซึ่งในปีนี้จะทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ทั้งในส่วนของ "บ้านปูเน็กซ์" และลูกค้าที่จองซื้อรถมินิบัสตัวถังอะลูมิเนียม ในช่วงที่มีการเปิดตัว

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์ โดยระบุว่า คาดว่า SAKUN C จะได้ประโยชน์อย่างมากเมื่อมีความชัดเจน โดยเฉพาะโครงการจัดหารถโดยสารของ ขสมก. ซึ่งคาดว่าจะออกมาในรูปแบบเช่าใช้รถโดยสารไฟฟ้าเริ่มต้นราว 200 คัน ทำให้ผู้ผลิตรายเดียวไม่สามารถส่งมอบได้ทั้งหมด จึงเป็นบวกกับผู้เล่นทุกราย โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วง 1H64 และจะเข้ามาเป็นตัวเปิด Upside ให้กับ CWT อย่างมีนัยสำคัญใน 4Q64

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้จับตาพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเข้ามาเพิ่มเติม หลังเซ็น MOU กับบ้านปู เน็กซ์เมื่อ 25 มิ.ย. 63 เพื่อผลิตและส่งมอบเรือท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นธุรกิจพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เพื่อเข้ามารุกตลาดรถยนต์โดยสารไฟฟ้าในประเทศและภูมิภาค

NEX ดำเนินธุรกิจผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก มีความเที่ยงตรงสูง ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า 2.ให้เช่ารถบัสโดยสารทางการเงิน 3.ลงทุนในบริษัทย่อย

"จุดเปลี่ยนสำคัญ" ในปีที่ผ่านคือ การได้พันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานทดแทนของเมืองไทยอย่าง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 40% ผ่าน บริษัท อีเอ โมบิลิตี โฮลดิง จำกัด บริษัทย่อยของ EA 

และได้ "คณิสสร์ ศรีวชิระประภา" หรือ "เค่อ นั่ว หลิน" ประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ริน จำกัด ที่ชนะประมูลรถเมล์ NGV ขสมก. จำนวน 489 คัน ในปี 2559 ก่อนที่จะมีข้อพิพาทกับขสมก.  และในปี 2561 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ขสมก. ชดเชยค่าเสียหายให้กับเบสท์ริน เป็นเงิน 1,159.96 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น ชี้ยังมีเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ (EM) เป็นกระแสเชิงบวก แม้ดูเหมือนจะตรงข้ามกับภาพลบจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังสูงทั้งทั่วโลกและประเทศไทย แต่ทั้งนี้ก็ยังประมาทไม่ได้ อาจจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาได้ จับตา 1) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก”โจ ไบเดน” ครองเสียงข้างมากในสภาคือการเน้นพลังงานสีเขียวได้แก่โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เช่น EA,SPCG,SUPER,BCPG,GPSC และGULF รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า เช่น EA,NEX,CHO

...จับตา CHO CWT NEX ลุยประมูล BUS EV ขสมก. 2,511 คัน 

แม้ในปีที่ผ่านมา แผนฟื้นฟูขสมกงของกระทรวงคมนาคม จะโดน “แตะเบรก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว การประมูลรถบัส EV ในรูปแบบของการเช่า แล้วจ้างเอกชนเป็นผู้เดินรถ ซึ่งมั่นใจว่าจะทยอยล้างหนี้ให้กับขสมก. ที่มีกว่า 1.2 แสนล้านบาท โดยคาดหวังว่าหลังปี 2572 กำไร ก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาฯ (EBITDA) จะกลับมาเป็นบวก

เค้กก้อนใหญ่ขนาดนี้...ใครจะผลิตทัน!!!

  • ผู้โพสต์ nongnapas
  • 2021-01-22 13:19:22
  • 2291

ผู้สนับสนุน