เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


เจ๊จิ๋ม...สายเถื่อน

  • 2021-01-25 07:30:01
  • 1555

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 25-01-21

 เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 25-01-21


***25-01-21 สวัสดีพี่น้องชาวไทย "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยเวลา 7.30 น.มีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

***ระยะนี้ตลาดหุ้นไทยมีแรงกดดันจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังทบทวนหลักเกณฑ์และมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มี Free Float ต่ำ โดยจะปรับหลักเกณฑ์ในการคำนวณดัชนี จากเดิมที่ใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในการคำนวณ (Full Market Capitalization) เป็นการใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วย Free Float (Free Float Adjusted Market Capitalization) 

***ด้วยรื่องนี้คาดจะทำให้ดัชนี SET50 และ SET100 ผันผวนเชิงลบก่อนวัน Effective Date จากแรงขายปรับพอร์ตของ Active Fund ในหุ้น Free Float ต่ำ ล่วงหน้าก่อนวัน Effective ที่ Passive Fund จะปรับน้ำหนักตาม   ดังนั้น อาจเป็นจังหวะให้นักลงทุนได้เข้ามาเก็งกำไรก่อนการปรับน้ำหนักของกองทุน เน้นหุ้นที่ได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักมากเป็นหลัก จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า กองทุน Passive Fund มีมูลค่า NAV รวมกันราว 5 หมื่นล้านบาท และกองทุนที่ใช้ดัชนี SET50 เป็น Benchmark มีมูลค่ารวมกันราว 9 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของกระแสเงินทุนเป็นหลัก ไม่ได้กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนแต่อย่างใด

***มีกูรูหุ้นได้ทำการทดลองคำนวณเบื้องต้น ด้วยการนำ Free Float ของหุ้นแต่ละตัวในดัชนี SET100 มาคูณกับ Market Cap. ของหุ้นตัวนั้น ๆ จากนั้น คำนวณน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวต่อดัชนี SET100 ตาม Fig. 1 และ 2 โดยหุ้นที่คาดว่า จะได้รับการเพิ่มน้ำหนัก เช่น BBL, SCB, SCC, KBANK, BDMS, INTUCH เป็นต้น ในทางกลับกัน หุ้นที่เสียประโยชน์เพราะมีโอกาสถูกลดน้ำหนัก เช่น DELTA, AOT, GULF, ADVANC และ GPSC เป็นต้น 

***เป็นที่น่าสังเกตว่า (1) หุ้นส่วนใหญ่ที่มีโอกาสได้รับการเพิ่มน้ำหนักในดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ เช่น BBL, SCB และ KBANK เพราะมี Free Float ในระดับสูงเกิน 70% และมี Market Cap ค่อนข้างใหญ่ระดับแสนล้านบาท และ (2) หุ้นบางหลักทรัพย์ สามารถเปลี่ยนอันดับของ Weight ต่อดัชนี SET100 ได้มากถึง 20 อันดับ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการคำนวณหุ้นเข้า-ออกดัชนี SET50-SET100 ในอนาคต 

***แต่ถ้าไม่ชอบหุ้นที่เจ๊พูดถึงตอนต้นล่ะก้อ..หันมาดู SSP เถอะ!!นี่เป็นหุ้นที่นั่งเป็นที่หนึ่งในใจของเจ๊จิ๋มมาโดยตลอด!!! ที่ผ่านมาสร้างผลประกอบการได้ดีต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นทุกปี..แต่ไม่มีใครมองเห็น มาถึงปีนี้ก้อถึงเวลาของ SSP ซะที!!! ผลงาน 9 เดือนโชว์กำไรสุทธิ 594.54 ล้านบาท มากกว่ากำไรตลอดทั้งปี 62 ที่ทำได้ 545.68 ล้านบาท เพราะฉะนั้นงบปี 63 นี้แตะสถิติสูงสุดใหม่แน่นอน

***ยังจ๊ะ!!! เรื่องดีๆ ของ SSP ยังไม่จบเพียงนี้ ผลประกอบการในปี 64 มีการประเมินว่า กำไรจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 900  ล้านบาทเลยทีเดียว และปี 65 พุ่งขึ้นไปถึง 1,100  ล้านบาท แรงหนุนสำคัญมาจากโครงการลมเฟสถัดไปในเวียดนามมาเร็วก็ที่คาด หลังจากได้ PPA โครงการ near-shore wind farm ใน Tra Vinh เวียดนาม (เฟส 1) ขนาด 48MW (ถือ 80% หรือ 38MWe)ซึ่งมีกำหนดจะ COD ในไตรมาส 4/64   นอกจากนี้บริษัทได้เคยแจ้งถึงศักยภาพที่สามารถพัฒนาโครงการลมในพื้นที่เดียวกันได้อีกราว 48MW (เฟส 2) เนื่องจากได้รับความเห็นชอบจากท้องถิ่นและโครงการอยู่ในการพิจารณาของภาครัฐ ล่าสุดโครงการเฟส 2 ได้ถูกบรรจุใน Master plan 7 (ฉบับเพิ่มเติม) ซึ่งเร็วกว่าที่เคยประเมินว่าจะต้องบรรจุใน Master plan 8 ส่งผลให้บริษัทสามารถเดินเรื่องขอ PPA ได้เร็วกว่าเดิม  ...บทสรุปของเรื่องนี้คือ SSP ต้องมีติดพอร์ตนะจ๊ะ


      

  • ผู้โพสต์ natsinee2
  • 2021-01-25 07:30:01
  • 1555

ผู้สนับสนุน