เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-02-19 11:35:31
  • 899

โบรกฯเตือน OR แพงไป เทใจให้ PTG

By Mr.Data

กระแสกัญชง-กัญชา ทำให้ราคาหุ้นหลายตัว ในตลาดหลักทรัพย์ฯกลับมาคึกคักน่าสน หลังคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้ใช้กัญชา-กัญชง เชิงพาณิชย์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์สุภาพ ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่น้ำมันค้าปลีกสายพันธุ์ไทย อย่าง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)  (PTG) มองเห็นโอกาสในการเติบโต และต่อยอดธุรกิจที่มีเครือข่ายกระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ

“รังสรรค์ พวงปราง” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG ให้ความเห็นว่า บริษัทฯได้เจรจากับพันธมิตรที่ได้ยื่นขอใบอนุญาตทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชงจากอย. แล้ว รวมถึงไปถึงขอความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกกัญชงมารองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชง PTG คาดว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อจัดจำหน่ายได้ในปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 ปี 64  โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกนำไปวางจำหน่ายในร้านค้าในเครือของบริษัท ทั้งร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และร้านเครื่องดื่ม เช่น MAX Mart ,ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ร้านคอฟฟี่เวิลด์ เป็นต้น ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ PTG มองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่ม และอาหาร เป็นหลัก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรที่จะมีใบอนุญาต และมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะที่ราคาหุ้น PTG วานนี้ (18 ก.พ.) ปรับตัวขึ้นร้อนแรงกว่า 7.76% แตะที่ระดับ 19.70 บาท/หุ้น

**จับตางบ Q4/63 ออลไทม์ไฮ

**P/E ถูกกว่า OR

ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ราคาเป้าหมาย พื้นฐาน PTG ที่ 21.2 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 18.5 บาท / แนวต้าน 19.3 – 20.0 บาท สำหรับนักลงทุนที่ซื้อตามที่เคยแนะนำมาก่อนหน้า แนะนำ “Let profit run” โดยกำหนด Trailing stop 18 บาท)  2) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2563 จะเด่น (ลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่) โดยเฉพาะจากธุรกิจไบโอดีเซล (GGC* ที่ทำธุรกิจไบโอดีเซลรายงานกำไรไตรมาส 4/63 ดีกว่าคาด 74% จากกำไรสต๊อกธุรกิจไบโอดีเซล) 3) PE ปี 2564 ต่ำเพียง 16.7 เท่า Laggard OR ที่ PE สูงถึง 43 เท่า


ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ปรับคำแนะนำหุ้น OR เป็น Fully Valued โดยคงราคาพื้นฐานไว้ที่ 21 บาท (DCF, WACC 7.95%, TG 2%) ทั้งนี้ Valuation ของ OR นับว่าแพงเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยมี P/E 37 เท่า ขณะที่ P/E ของ BCP, PTG อยู่ที่ 15 และ 18 เท่า ตามลำดับ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มกำไรสุทธิของ PTG ยังคงดีในปี 2564-2565 และคาดว่ากำไรของบริษัท จะโต 10.8% ในปี 2564 และ 6.8% ในปี 2565 โดยได้แรงหนุนจากปริมาณขายน้ำมันที่ดีต่อเนื่อง การขยายสถานีบริการน้ามัน และการพลิกฟื้นของธุรกิจที่ไม่ใช่น้ามันมาเป็นกำไร 

นอกจากนี้ บริษัทร่วมที่ดาเนินธุรกิจไบโอดีเซลควรช่วยสนับสนุนในรูปของการให้กำไรที่ยั่งยืนแก่ PTG โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 300 ล้านบาท ต่อปีจากความต้องการไบโอดีเซลที่อยู่ในระดับสูงจากนโยบายส่งเสริมสนับสนุนของรัฐบาล คำแนะนำซื้อหลังปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นในปี 2563-2565 ขึ้น 12-20% ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 24.5 บาท (SoTP)

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจของ PTG แบ่งออกได้เป็น 7 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและธุรกิจเริ่มแรกของบริษัท) และธุรกิจค้าปลีก 2. ธุรกิจจำหน่ายแก๊ส LPG 3. ธุรกิจขนส่งและการจัดการคลังสินค้า โดยเป็นกิจการขนส่งน้ำเชื้อเพลิงสำหรับสถานีบริการน้ำมัน PT และการบริหารสินค้าคงคลัง 4. ธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจผลิตจำหน่ายไบโอดีเซลและน้ำมันปาล์มบริโภค 5. ธุรกิจระบบการบริหารและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ในสถานีบริการ 6. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 7. ธุรกิจให้ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ และรถเชิงพาณิชย์


  • ผู้โพสต์ nongnapas
  • 2021-02-19 11:35:31
  • 899

ผู้สนับสนุน