เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2021-04-12 09:59:43
  • 746

รายงานพิเศษ : STARK ขวัญใจนักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ ลุ้นสร้างสถิติใหม่-เป้าหมายไกลระดับโลก

"สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น" ระเบิดผลงานร้อนกำไรเกิน 1000% ตอนนี้พบนักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ แห่ถือหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มเท่าตัวจาก พื้นฐานมั่นคง ภาพการเติบโตชัดเจน แถมครึ่งปีหลังมีลุ้นสูงเข้าทำเนียบ SET100 หรือ SET50 ด้านผู้บริหารมือฉกาจ "ชนินทร์ เย็นสุดใจ" มั่นใจกองทุนเข้ามาเป็นพันธมิตรระยะยาว ขณะที่ปีนี้มองเป้ารายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 15-20% สู่สถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง รุกเข้มต่างประเทศทั้งอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆ ดันยอดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10-12% เดินทางสู่ Top 10 ระดับโลก

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK) ในฐานะโฮลดิ้งคอมพานี กำลังอยู่ในช่วงเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีบริษัทย่อยแกนหลักคือ "เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์)" ที่ยังสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมสวนกระแสเศรษฐกิจ

ด้วยมาตรฐานผู้นำระดับโลกในวงการผลิตและจำหน่ายสายไฟ และสายเคเบิ้ล มีการส่งออกมากกว่า 40 ประเทศ เมื่อผนวกรวมกับผลงานของบริษัทย่อยที่ประกอบกิจการให้บริการด้านทรัพยากรบุคคล ส่งผลให้งบการเงินรวมในปี 2563 มีรายได้ถึง 17,579.26  ล้านบาท ขยายตัว 45.74 % จากงบปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 1,608.66 ล้านบาท ขยายตัวสูงมากถึง 1,198.14 % จากงบปีก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งในฝีมือทีมบริหารได้ชัดเจนที่สุด

จึงเป็นธรรมดาที่หุ้น STARK ได้กลายเป็นจุดสนใจของนักลงทุนทุกกลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการรายงานการเข้าลงทุนถือหุ้นเพิ่มขึ้นจำนวนมากจากสถาบันการเงิน-กองทุนต่างๆ รวมไปถึงนักลงทุนบุคคลชื่อดังต่างๆ

จากรายนามผู้ถือหุ้นล่าสุดปิดสมุดทะเบียน ณ วันที่ 5 เมษายน 2564 พบ บล.เครดิตสวิสถือหุ้น 108 ล้านหุ้น, ธนาคารเอชเอสบีซีถือหุ้น 109 ล้านหุ้น, แบงค์ ออฟ สิงคโปร์ ถือหุ้น 108 ล้านหุ้น, ธนาคารเซาธ์ อีส เอเซีย ถือหุ้น 66 ล้านหุ้น, ยูบีเอสถือหุ้น 48 ล้านหุ้น เป็นต้น อีกทั้ง บลจ.บัวหลวง ถือหุ้น 157 ล้านหุ้น , บลจ.ไทยพาณิชย์ ถือหุ้น 95 ล้านหุ้น, บลจ.เกียรตินาคินภัทร ถือหุ้น 101 ล้านหุ้น,บลจ.กรุงไทย ถือหุ้น 59 ล้านหุ้น, บล.เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย) ถือหุ้น 13 ล้านหุ้น, บลจ.เอ็มเอฟซี ถือหุ้น 11 ล้านหุ้น, บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ถือหุ้น 10 ล้านหุ้น, บลจ.กสิกรไทยถือหุ้น 9 ล้านหุ้น และนอกจากนี้ กลุ่มบริษัท บีทีเอส ได้เข้าถือหุ้นด้วย 35 ล้านหุ้น ขณะที่ผู้ลงทุนรายบุคคล ได้แก่ นายนเรศ งามอภิชน ถือหุ้น จำนวน 100 ล้านหุ้น และ นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล กับ นางวารุณี ชลคดีดำรงกุล ถือหุ้น 40 ล้านหุ้น นอกจากนี้ยังมีชื่อ กลุ่มบีทีเอส (BTS) ได้เข้ามาถือหุ้นด้วยจำนวน 35 ล้านหุ้น 

จากข้อมูลข้างต้นที่ปรากฏนับว่ามีการเพิ่มสัดส่วนของกลุ่มนักลงทุนสถาบันไปถึงระดับ 10% จากเดิมอยู่ที่ 5% ซึ่งโดยปกติแล้วการเข้าลงทุนจากสถาบันการเงิน-กองทุน มักนิยมลงทุนระยะยาวในหุ้นที่พื้นฐานมั่นคง โปร่งใสและมีภาพการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตที่แน่นอน

ส่วนทางด้านกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับแรก นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ยังคงถือหุ้นมากสุด จำนวน 5,796.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 48.69% โดยยังยึดมั่นในนโยบายจะรักษาการสัดส่วนการเป็นผู้ถือหุ้นรายหลักให้มากที่สุดต่อไป

หากวิเคราะห์ในอีกแง่มุมหนึ่งเป็นไปได้ว่านอกเหนือจากเรื่องปัจจัยพื้นฐานแล้ว การที่หุ้น STARK มีคุณสมบัติเข้าขายที่อาจได้รับเลือกนำเข้าไปคำนวณดัชนี SET100 และ/หรือ SET50  ในรอบครึ่งหลังปี 2564 ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ย่อมดึงดูดความน่าสนใจจากผู้ตัดสินใจลงทุนมากกว่าเดิม

นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ STARK กล่าวว่า "มั่นใจสถาบันการเงินต่างๆ ที่เข้ามาร่วมลงทุนในครั้งนี้จะเป็นพันธมิตรถือลงทุนในระยะยาว เนื่องจากต้องการเติบโตไปพร้อมกับ STARK ซึ่งในปีนี้ (2564) วางเป้าหมายรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 15-20% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง  ภายใต้กลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มสินค้า High Margin โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟแรงดันระดับกลางจนถึงระดับสูงพิเศษที่มีอัตราการเติบโตสูงตามจำนวนโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชนที่มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ" 

ปัจจุบัน STARK มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 8,400 ล้านบาท โดยเป็นงานทั้งในและต่างประเทศทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และมีความพร้อมที่จะยื่นเข้าประมูลงานโครงการใหม่อีกจำนวนมาก 

ส่วนการเข้าไปลงทุนประเทศเวียดนามในปีที่ผ่านมา ถือเป็นฐานการผลิตที่อำนวยได้โอกาสเพิ่มเติมสู่การขยายตลาดให้มากขึ้นในต่างประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกาที่ความต้องการใช้สายไฟฟ้า และเคเบิ้ลคุณภาพสูงจำนวนมาก รวมถึงหาโอกาสใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายสัดส่วนรายได้การส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10-12% จากเดิม 8% มุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าในระดับ Top 10 ของโลก

จากผลงานอันยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมาย่อมเป็นส่วนสำคัญให้นักลงทุนทุกกลุ่มมั่นใจใน STARK โดยเฉพาะบรรดากลุ่มสถาบัน-กองทุนเพิ่มการถือหุ้นมากขึ้นเป็นเท่าตัว บนเป้าหมายการเติบโตปี 2564 มุ่งสู่สถิติใหม่ต่อเนื่องอีกได้ไม่ยากด้วยศักยภาพระดับโลก ที่นักลงทุนไทยอุ่นใจได้ในผลตอบแทนระยะยาว

  • ผู้โพสต์ superya
  • 2021-04-12 09:59:43
  • 746

ผู้สนับสนุน