เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-06-04 12:34:54
  • 994

ปาฏิหาริย์รายย่อยดัน SET ทะลุ 1,600 จุด ท้าโควิด

Mr.Data

ตลาดหุ้นไทยแทบไม่สะทกสะท้าน การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ยังอยู่ในอาการ “ลูกผีลูกคน” รัฐบาลบริหารจัดการแก้ปัญหาอย่างอ่อนปวกเปียก นโยบายเปลี่ยนแปลงรายวัน ทำให้ประชาชนสับสน สิ้นหวัง  แต่สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้าเก็งกำไรตลาดหุ้น “ไม่สิ้นหวัง” เข้ามาตักตวงความร่ำรวยในตลาดหุ้น

เงินไหลบ่าเข้าตลาดหุ้น เห็นได้ชัดจากตัวเลขซื้อขายหลักทรัพย์ที่ในแต่ละวันมูลค่านับแสนล้านบาท 

4เดือนแรกเปิดใหม่6.9แสนบช.

ปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ ไหลเข้าลงทุนตลาดหุ้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ยังไม่กล้าขยับขยายการลงทุน จากปัญหาโควิด คนเริ่มตกงาน บางส่วนทำงานที่บ้าน (Work From Home) 

ตลาดหุ้นจึงกลายเป็นแหล่งลงทุนสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ ที่คาดหวังส่วนต่างกำไรจากราคาหุ้น

จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (1 ม.ค. - 30 เม.ย.2564) ยอดการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้น 690,527 บัญชี มาอยู่ที่ 4,204,634 บัญชี จาก ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่3,514,107 บัญชี (รวมจำนวนบัญชีที่นับซ้ำ) 

สาเหตุมาจากกระแสการลงทุนในหุ้น IPO ที่หันมากระจายหุ้นแก่นักลงทุนรายย่อยมาขึ้น เช่น บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ที่เข้าซื้อขายในช่วงต้นเดือน ก.พ. และ บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) เข้าซื้อขายในวันที่ 10 พ.ค.64

หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุดไม่สนโควิด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง! แทบไม่กลัวโควิด ณ วันที่ 2 มิ.ย.2564 ดัชนีอยู่ที่ 1,612.94 จุด เพิ่มขึ้น 163.59 จุด หรือเพิ่มขึ้น 11.28% เทียบสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 1,449.35 จุด

รายย่อยซื้อสุทธิเฉียด1แสนลบ.

เห็นได้ว่าแรงซื้อหลักที่ผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกมาจากพลังของนักลงทุนรายย่อยที่เป็นผู้ซื้อสุทธิเฉียด 1 แสนล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 100,883.15 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยไปต่อหรือพอแค่นี้

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ล่วงหน้า 12 เดือนเป็น 1,680 จุดจาก 1,640 จุด จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลังสิ้นสุดการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2564 รวมถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก และการผ่อนปรนการล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 พร้อมกับการเร่งฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลาย โดยทางกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะกลับมาเปิดพรมแดนในครึ่งหลังปี 2564 หลังจากมีการฉีดวัคซีนกันถ้วนหน้าแล้ว 

ทั้งนี้ คาดว่าไทยจะเดินหน้าตามแผนการเปิดพื้นที่ 6 จังหวัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในครึ่งหลังของปี 2564 และเปิดประเทศเต็มรูปแบบในปี 2565 เมื่อบรรลุเป้าหมายภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว

“เราประเมินว่ากำไรไตรมาส 2/2564 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้จากผลกระทบของโควิดระลอก 3 ขณะที่คาดว่านักลงทุนควรสะสมหุ้นที่อิงประเด็นการกลับมาเปิดประเทศเพื่อตามแนวโน้มการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของไวรัสในครึ่งหลังปี 2564 และปี 2565 ส่วน upsides ที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นคือความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่กลับมาเป็นปกติ สำหรับในระยะสั้นเราคาดว่า SET จะเคลื่อนตัวในกรอบ 1,550 และ 1,650 อิงอัตราส่วนต่างผลตอบแทนตลาดหุ้นและพันธบัตร (EYG) ที่ -0.725SD ถึง -0.9375SD”

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้นักลงทุนสะสมหุ้นที่อิงประเด็นการกลับมาเปิดเมืองตามแนวโน้มการฟื้นตัวหลังโควิด-19ในครึ่งหลังปี 2564 และปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนมาจากการเร่งฉีดวัคซีน อุปสงค์ที่สะสมจากช่วงก่อน (pent-up demand) ทั้งกลุ่มสินค้าและบริการ มาตรการกระตุ้นภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนและรัฐที่เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการปรับตัวลดลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อปีที่แล้ว 

ทั้งนี้ การเร่งฉีดวัคซีนในไทยตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 และจำนวนเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลง ทำให้คาดว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 3/2564 และคาดว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแผนการเปิดพื้นที่ 6 จังหวัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในครึ่งหลังของปี 2564 เริ่มต้นที่ภูเก็ตในเดือน ก.ค. 2564 

นอกจากนี้ รัฐบาลจะอัดฉีดเงินอีก 5.0 แสนลบ. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5% ต่อปีในช่วงปี 2564-65 และคาดว่าจะมีการผ่าน พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าวโดยรัฐสภาในเร็วๆ นี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิดระลอก 3

ในวันสิ้นหวัง! ยังมีความหวังของนักลงทุนหน้าใหม่ ที่เข้ามาตักตวงความมั่งคั่งร่ำรวยในตลาดหุ้น แต่สิ่งที่ทุกคนพึงระลึก เสมอว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” เสี่ยงสูง “ผลตอบแทนสูง” ในทางกลับกัน “ขาดทุนสูง” เช่นกัน จำเป็นต้องหาความรู้  และ “ลงทุนอย่างมีสติ” 


  • ผู้โพสต์ Chitphon
  • 2021-06-04 12:34:54
  • 994

ผู้สนับสนุน