เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-06-09 17:15:23
  • 3687

“เสี่ยยักษ์” ขาย STGT เมินปันผล

ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพ.ค.2564 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,593.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.66% ซึ่งปัจจัยที่ยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงสุด 100 อันดับแรกส่วนใหญ่มีราคาปรับตัวลดลง ซึ่งหุ้น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) STGT เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในรอบนี้แบบเต็มๆ


ทั้งนี้จากสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นของ STGT ล่าสุด ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 16 เมษายน 2564 พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7 โดย "วิชัย วชิรพงศ์" หรือที่รู้จักกันดีในนาม เสี่ยยักษ์  ไม่ปรากฏว่ารายชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ STGT จากเดิมเคยถือลงทุน จำนวน 17,611,700 หุ้น คิดเป็น 0.62%

(อย่างไรก็ตาม ทีมประชาสัมพันธ์ STGT มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปิดสมุดทะเบียน ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 เสี่ยยักษ์ ยังถือหุ้นอยู่เป็นจำนวน 5,461,800 หุ้น)

การเคลื่อนไหวราคาหุ้น STGT ในเดือนพฤษภาคม 2564 ราคาหุ้นปรับลดลง 1.13% จากราคา 44.25 บาท ลดลงมาอยู่ที่ 43.75 บาท โดยราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 49 บาท และต่ำสุดที่ 43 บาท ดังนั้นหากนำมาคำนวณจากจำนวนหุ้นเสี่ยยักษ์ ถือครอง 17,611,700 หุ้น จะพบว่า หากขายในทั้งหมดในราคาที่ 49 บาท จะได้รับเงินมูลค่าประมาณ 862 ล้านบาท แต่ถ้าขายในราคาต่ำสุด จะได้รับเงินประมาณ 757 ล้านบาท ดังนั้นในเวลาเพียงเดือนเดียว "เสียยักษ์" ได้รับเงินจากขายหุ้น STGT ไม่ต่ำกว่า 700-800 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้จะเป็นวันที่บริษัทกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท ซึ่งได้ขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิ์เงินปันผล XD ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ดังนั้นสะท้อนให้เห็นว่า หาก เสี่ยยักษ์ ขายหุ้นออกมาทั้งหมดแล้ว ย่อมจะไม่ได้รับสิทธิจากเงินปันผลในครั้งนี้  ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจากราคาหุ้นปัจจุบันสูงกว่า 6%

อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม STGT ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทฯได้พบการติดเชื้อ COVID-19 ของพนักงานรายวันภายในโรงงาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และโรงงานจังหวัดตรัง บริษัท ได้รับรายงานว่า ณ วันที่ 28 พฤษภาคม มีผู้ติดเชื้อจำนวน 41 คน ทั้งนี้ ทันทีที่ทราบเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัท ได้จัดทำมาตรการดูแลพนักงานขั้นสูงสุดร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด โดยหยุดการผลิตโรงงานทั้ง 2 แห่งชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 วัน (28 – 30 พฤษภาคม 2564) และดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและความสะอาดภายในโรงงาน บ้านพักพนักงานและชุมชนโดยรอบจากนั้นราคาหุ้น STGT ก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่โบรกเกอร์ประเมินว่า STGT อาจจะมีความน่าสนใจในการลงทุนลดน้อยลง เนื่องจากผลการดำเนินงานได้ผ่านช่วงสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาไปแล้ว และคาดกำไรไตรมาส 2/2564 จะลดลง 19% จากงวดเดียวกันปีก่อน สู่ 8.5 พันล้านบาท จากซัพพลายทั่วโลกเพิ่มขึ้นอาจทำให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยของเสี่ยยักษ์ในปัจจุบัน มีการลงทุนในหุ้นที่ปรากฏรายชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้น จำนวน 7 บริษัท มีมูลค่าการถือครองรวม  4,073 ล้านบาท ประกอบด้วย 

หุ้นจำนวน (หุ้น)คิดเป็นมูลค่า (บาท) 
BEM349,802,9572,885,874,395 
DMT33,906,691471,303,005 
ETC32,477,400103,278,132 
PACE284,965,3008,548,959 
PROEN10,758,50078,537,050 
QTC12,214,00065,344,900
UPA1,315,000,000460,250,000 

มูลค่ารวม 4,073,136,441 บาท 

  • ผู้โพสต์ gobmariam
  • 2021-06-09 17:15:23
  • 3687

ผู้สนับสนุน