เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2021-06-17 10:50:40
  • 907

รายงานพิเศษ : SCM อันดับหนึ่งธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ไทย ดาวเด่นหุ้นสร้างกำไร เติบโตด้วยพลังดิจิทัล

คำต่อคำ “นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM หลังฟอร์มสวยทั้งบนกระดานหุ้นและในงบการเงิน เผยยอดขายสดใสสวนกระแส บริหารต้นทุนอยู่หมัด นับถอยหลังเตรียมส่งผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชง-กัญชามาเพิ่มความร้อนแรง มั่นใจปีนี้รายได้โตเข้าเป้า 15% เร่งเพิ่มความสามารถทำกำไร เน้นทำการตลาดแบบละเอียดถึงใจทุกกลุ่มเป้าหมาย ใช้ออนไลน์และโซเชียลมีเดียด้วยรูปแบบ "ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น" อันทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ ต่อยอดอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมตอบแทนคืนสู่สังคม

ถาม : ไม่ธรรมดาเลยกับ 1 เดียวธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ไทยในตลาดหุ้นที่โดดเด่นทั้งแง่ราคาหุ้น และผลประกอบการ ภาพเหล่านี้สะท้อนอะไรบ้าง
ตอบ : "ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์" เป็นธุรกิจเครือข่ายรายแรกในตลาดหุ้นไทย SET ซึ่งประสบความสำเร็จในการระดมทุนเมื่อเดือนกันยายน 2563 ปีที่ผ่านมา
เราได้รับการต้อนรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี
การที่เราดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายมีผลการดำเนินงานดีขึ้นชัดเจนก็ยิ่งเป็นความตอกย้ำความมั่นใจนักลงทุนที่มีต่อเรามากขึ้น

ถาม : ทำไมนับตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันราคาหุ้น SCM เป็นขาขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 150% ในเวลาไม่กี่เดือน
ตอบ : สังเกตได้ว่า ราคาหุ้นเราปรับเพิ่มขึ้นหลังจากช่วงที่มีการเผยแพร่ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาอย่างเป็นทางการพอดี ซึ่งการที่เรามีผลงานที่ดี ยอดขายทั้งในประเทศเติบโต ส่งออกก็เติบโต ค่าใช้จ่ายบริหารและขายลดน้อยลง ภาพรวมกำไรเราดีขึ้นมาก (SCM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้น 260% จากไตรมาส 1/2563) 
อีกประการคือ เราเองมีข่าวเกี่ยวกับการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพด้วย ที่สำคัญมีการวางแผนผลิตสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับกัญชง-กัญชา
รวมๆ แล้วทั้ง 2 อย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หุ้นของเราได้รับความสนใจ จนสะท้อนผลบวกไปในราคาอย่างที่เห็น

ถาม : SCM มีสินค้าอะไรบ้าง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกัญชง และกัญชา 
ตอบ : เราจะมีผลิตภัณฑ์ได้แก่
"ชา" จากสารสกัดกัญชา ทำจากใบ รากแห้ง และดอกของต้นกัญชา คุณสมบัติช่วยให้นอนหลับสบาย คลายความเครียด ผ่อนคลายความอ่อนล้าจากการทำงานในแต่ละวัน
"สกินแคร์" จากสารสกัดน้ำมันเมล็ดกัญชง ครีม Essence และเซรั่ม ซึ่งสารสำคัญในกัญชง คือ CBD มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย ลดการปวด เพิ่มในสกินแคร์เพื่อความชุ่มชื้นให้กับผิว ต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมี Hemp Seed Oil ที่ได้มาจากการบีบน้ำมันในเมล็ดกัญชงจะอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินอี, บี 1, บี 2, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม และกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 พร้อมทั้งโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
ตามแผนของเราผลิตภัณฑ์กัญชง-กัญชาจะทำตลาดในไตรมาส 4 ปีนี้
นอกจากนี้ตอนนี้ก็กำลังศึกษาเพื่อจะทำสินค้ากลุ่มทดแทนมื้ออาหารด้วย เรากำลังเข้าไปดูในรายละเอียดอยู่ ถ้าชัดเจนเมื่อไหร่ก็จะลงไปลุยในตลาดนี้ด้วยซึ่งก็คาดเป็นช่วงไตรมาส 4 เช่นกัน

ถาม : ผลประกอบการปี 2564 ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร
ตอบ : เรามั่นใจว่าปีนี้สามารถเติบโตได้ราว 15% ตามเป้าหมายที่วางไว้ผ่านกลยุทธ์เพิ่มกลุ่มตลาดที่สนใจดูแลสุขภาพ รวมไปถึงตลาดใหม่อื่นๆ เช่นสินค้าเคมีเกษตร-กำจัดศัตรูพืช
แล้ววิธีทำการตลาดของเราก็มีความเฉพาะเจาะจงขึ้นด้วย ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ต้องบอกว่าเราเน้นชกให้ละเอียดขึ้น
ผมแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 3 กลุ่มหลัก
กลุ่ม 1 คือคนอายุ 20-35  ปี คนกลุ่มนี้เกิดมากับความเป็นดิจิทัล และโซเชียลมีเดียทั้งหลาย กลุ่ม 2 อายุ 36-45  ปี คนกลุ่มนี้ดิจิทัลก็ได้ ออฟไลน์ก็รู้จัก และสุดท้ายกลุ่มอายุ 46 ปีขึ้นไป ที่ส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นกับดิจิทัล โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 50 ปีจะมีไม่เยอะที่เก่งเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่
ดังนั้นเวลาทางเราเองพัฒนาเครื่องมือเราก็จะจำแนกไปเลยว่ากลุ่ม Segment ไหนใช้ชีวิตแบบใดเหมาะสมกับรูปแบบอย่างไร เพื่อการออกแบบเครื่องมือสื่อสารถึงพวกเขาได้ชัดเจนกว่า ออกแบบการสื่อสารของตัวสินค้าได้ชัดเจนกว่า วางระดับราคาสินค้าได้ชัดเจนกว่า
ต่อจากนี้ไปการทำธุรกิจจะสู้แบบคร่าวๆไม่ได้แล้ว ต้องรู้จริงรู้ละเอียด ใส่ใจลูกค้าให้มากพอจนรู้ใจทุกกลุ่มได้ ลูกค้าก็จะให้ใจเราซึ่งก็ถือเป็นความสำเร็จทางธุรกิจแบบยั่งยืน 

ถาม : ขอทราบสัดส่วนรายได้ และตลาดที่เรามองว่าน่าสนใจ
ตอบ : ที่ผ่านมาในยอดขายในประเทศคิดเป็น 93% ต่างประเทศคิดเป็น 7%
สำหรับปีนี้ประเทศไทยคิดว่าจะอยู่ระหว่าง 85-90% ส่วนต่างประเทศจะอยู่ที่ 10-15%
โดยประเมินว่า กัมพูชา เป็นดาวรุ่งที่น่าสนใจมากในปีนี้ เรามีนักธุรกิจที่อยู่ในตำแหน่งสูงประมาณ 10-15 ทีม โดดเด่นกว่าประเทศอื่นประมาณ 4 เท่าตัว ผมคิดว่านี่ยังถือเป็นช่วงต้นๆ ของการเติบโต ส่วนช่องทางกระจายสินค้าตลาดอื่นๆ ต่างประเทศได้แก่ เมียนมา, ลาว, เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์

ถาม : สถานการณ์โควิด-19 ในวันนี้เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารไปยังนักธุรกิจของ SCM มากน้อยแค่ไหน
ตอบ : เป็นอุปสรรคที่เราจัดการมันได้
แน่นอนว่าธุรกิจเครือข่ายจำเป็นต้องมีการประชุมพูดคุยกันในทีมงาน ซึ่งหากถ้ามองผิวเผินการได้พบปะเจอตัวกันจริงที่เรียกว่า ออฟไลน์ มันน่าง่ายต่อการถ่ายทอดสื่อสารให้ส่งผลตรงได้ดีกว่าการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์
แต่เราก็ต้องรู้จักใช้เครื่องมือการสื่อสารที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เราได้ปรับกระบวนวิธีการนำเสนอในรูปแบบออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น  Zoom Meeting มันก็เห็นหน้าได้ ผู้พูดก็สามารถส่งอารมณ์ได้เช่นกัน ผนวกกับการสื่อสารลักษณะให้มีการโต้ตอบในจังหวะที่มากขึ้นในแบบ Two way communication
วันนี้ผมคิดว่าเราทำมันใกล้เคียงกับออฟไลน์แล้ว ส่วนที่ขาดหายไปเราก็ชดเชยด้วยการเพิ่มความถี่ในการสื่อสาร จึงทำให้พลังที่เราส่งออกไปโดยรวมก็ยังสู้ตอนออฟไลน์ได้ โควิด-19 จึงไม่ใช่ปัญหาต่อการเติบโตของเรา

ถาม : SCM ให้ความสำคัญเครื่องมือเชิงออนไลน์และโซเชียลมีเดียอย่างไร
ตอบ : เราให้ความสำคัญมาก มากในระดับที่เราเตรียมพร้อมกับมันอย่างเต็มที่ เรามีทั้งระบบ และแอปพลิเคชันช่วยในงานบริการด้านสมาชิก ด้านข้อมูลสินค้า  การซื้อสินค้า รวมไปถึงการชำระค่าสินค้า 
อีกเครื่องมือคือ เว็บไซต์, Facebook และ LINE เราก็ใช้สำหรับสื่อสารถึงสมาชิก-ลูกค้า ผสมผสานจัดสรรใช้เพื่อคนต่างลักษณะที่ชอบเครื่องมือที่แตกต่างกัน ในเวลาที่แตกต่างกัน วันนี้เราทำครอบคลุมมากกว่าคำว่าออนไลน์ 

ถาม : โซเชียลมีเดียใช้ครบทุกตัวเลยไหม
ตอบ : TikTok เราก็เริ่มทำแล้วนะ ผลตอบรับดีด้วย ผมคิดว่าเป็นเพราะสังคมสมัยนี้คนมีความเครียดสูง  อะไรมันสนุกสนานผ่อนคลายก็น่าจะที่เป็นที่นิยมได้ง่าย 


ถาม : จะมีการต่อยอดพัฒนาอะไรเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
ตอบ : เราเชื่อว่าหลังวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ผ่านพ้นไป เรามีขีปนาวุธดิจิทัลพร้อมรบเอาชัยชนะศึกธุรกิจในอนาคต
ขีปนาวุธนี้ที่เราตระเตรียมอยู่ก็คือ "ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น" เป็นการเชื่อมส่งผ่านข้อมูลในระบบของเรา โยงเข้ากับทรัพยากรต่างๆ ที่เรามี โดยเริ่มตั้งต้นจากการพัฒนาแอปพลิเคชันของเราให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชัน
จากนั้นจึงค่อยไปต่อยอดที่ส่วนอื่นๆ โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการปลูกฝังแนวคิด นิสัย พฤติกรรม ของบุคลากรระบบส่วนงานสายต่างๆ ให้สอดประสานกันแบบดิจิทัลทั้งหมด ซึ่งกว่าจะครบทุกส่วนน่าจะใช้เวลาร่วม 2 ปี หรือราวเดือนกันยายนปีหน้า
ตรงนี้เราทุ่มงบไปหลายสิบล้านบาท  

ถาม : การลงทุนด้วยงบ 115 ล้านบาท ในโรงงานผลิตสินค้า บริษัท เอสซีเอ็ม อินโนเวทีฟ จำกัด (SMI) จะส่งประโยชน์อะไรเราบ้าง
ตอบ : SMI จะเป็นทั้งโรงงานผลิต และศูนย์วิจัยและพัฒนา อาหารเสริมให้กับ SCM ได้โดยตรง ซึ่งทำให้เรามั่นใจได้ว่า นักธุรกิจและผู้บริโภคของเราจะรับได้สินค้าที่มีมาตรฐานยอดเยี่ยม
โรงงานแห่งนี้มีระบบเครื่องจักรทันสมัยสูงสุด กระบวนการผลิตสินค้าได้การรับรองมาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) และก็เพิ่งจะได้ GHPs (Good Hygiene Practices) นับเป็นมาตรฐานสุขลักษณะที่สูงกว่าตัวเดิม GMP (Good Manufacturing Practice)
ในแง่ธุรกิจ การที่เราสามารถควบคุมทุกกระบวนการได้เอง จะส่งผลไปถึงความสามารถในการควบคุมสต๊อกสินค้าให้สอดคล้องกับแผนการผลิต แล้วสุดท้ายสามารถทำกำไรมากขึ้น โรงงานนี้คาดจะเริ่มดำเนินการจริงได้ตั้งแต่ตุลาคมนี้ 

ถาม : จากงบการเงินงวดล่าสุดพบว่าอัตรากำไรสุทธิ SCM อยู่ที่ 12% การมีโรงงานนี้จะทำให้กำไรสูงขึ้นได้อีกไหม
ตอบ : แน่นอน

ถาม : วันนี้เราอยู่จุดไหนของอุตสาหกรรมเครือข่ายแล้ว
ตอบ : เราเป็นอันดับ 1 ในหลายเรื่อง ที่ชัดเจนที่สุดคือ การเป็นหนึ่งเดียวของบริษัทเครือข่ายคนไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), เราเป็นแบรนด์ไทยที่ 1 ที่ได้รับการยอมรับในตลาด AEC ทุกประเทศที่เราเข้าไป แม้กระทั่ง มาเลเซีย และสิงคโปร์, เราเป็นที่ 1  ในแง่ของการรักษากฎและจรรยาบรรณของนักธุรกิจ, ระบบบริหารจัดการและระบบการพัฒนาคนที่เป็นมืออาชีพอันนี้เราก็ได้รับการยอมรับ, สินค้าเราเป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสูงอันนี้ก็ได้รับการยอมรับ
สำหรับตัวเลขยอดขายจริงๆ ในธุรกิจนี้มันไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่หากอ้างอิงจากยอดรายได้ที่เราส่งให้กระทรวงพาณิชย์เราอยู่ในลำดับประมาณ 7-10 เทียบกับคู่แข่ง และกำลังก้าวระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ 

ถาม : SCM มีส่วนช่วยพัฒนาสังคมอย่างไรบ้าง
ตอบ : โมเดลธุรกิจเราเองมันก็พัฒนาสังคมไปในตัวอยู่แล้ว เช่น ทุกปีเราจะมีการพัฒนาผู้ประกอบการที่เข้มแข็งอยู่ 5,000 รายโดยมีเราเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุน เท่ากับว่าจะมี  5,000 ครัวเรือนต่อปีที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 
อีกทั้งเราอยู่ในธุรกิจที่มีสินค้าที่สร้างภูมิคุ้มกัน จึงช่วยเป็นการดูแลสุขภาพให้กับระบบสาธารณสุขด้วย
ขณะที่สมาชิกของ SCM สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เรามีระบบ e-Learning สอนการบริหารจัดการ, การพัฒนาภาวะผู้นำ, เรื่องสุขภาพ รวมไปถึง ความรู้เรื่องปัญหาชีวิตต่างๆ ปัจจุบันเรามีสมาชิกอยู่ประมาณ 120,000 คนทั่วประเทศไทย และเรายังมี SCM Care ดูแลสวัสดิการอุบัติเหตุ 
แต่ส่วนที่เพิ่งจะงดไปช่วงโควิด-19 ระบาดคือ การมอบสิ่งของหรือเอาหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปรักษาไปถอนฟันให้กับบุคคลภายนอก ที่ผ่านมาก็ทำมาเรื่อยๆ กว่า 10-12 ครั้ง ซึ่งหากสถานการณ์เหมาะสมเราก็จะตอบแทนสังคมเพิ่มขึ้นอีก

  • ผู้โพสต์ superya
  • 2021-06-17 10:50:40
  • 907

ผู้สนับสนุน