เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-07-14 13:11:34
  • 522

"ตระกูลหาญพาณิชย์" รวยขึ้น 1.2 หมื่นล.

ท่ามกลางวิกฤตการณ์โรคโควิด-19 ยังไม่จบสิ้น และยังคงพบการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล จะได้รับอานิสงส์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ยังคงได้รับความนิยมในการลงทุนมากขึ้นเช่นกัน


จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีสิ้นสุด ณ วันที่ 12 ก.ค. 2564 พบว่า ดัชนีหุ้นไทย ณ วันที่ 12 ก.ค. 2564 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,549.84 จุดเพิ่มขึ้น 6.93% ขณะที่หุ้นกลุ่ม HELTH เพิ่มขึ้น 18.47% ซึ่งพบว่า หุ้นที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรกของกลุ่มประกอบด้วย หุ้นCMR เพิ่มขึ้น 101.14% รองลงมาหุ้นVIH 82.19%  หุ้นBCH 72.79 % หุ้นVIBHA 63.27% และหุ้นCHG 60.98%

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่า ภาพรวมของดัชนีอุตสาหกรรมหลายเท่าตัว  ขณะเดียวกันสะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าการถือครองของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือเจ้าของ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ BCH หรือ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบกลุ่มโรงพยาบาล โดยมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 13 แห่ง และโพลีคลินิก 1 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 4 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1. โรงพยาบาลเวิลดิ์เมดิคอล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับบนและคนไข้ชาวต่างชาติ 2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางบน 3.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางและคนไข้ในโครงการประกันสังคม 4.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้ในโครงการประกันสังคม

ปัจจุบันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่  10 อันดับแรก ณ วันที่ 11 พ.ค. 2564 ประกอบด้วย

รายชื่อจำนวน (หุ้น)% ถือครอง 
เฉลิม หาญพาณิชย์ 813,750,00032.63
ไทยเอ็นวีดีอาร์ 211,549,7408.48
สมพร หาญพาณิชย์ 179,350,0007.19
สำนักงานประกันสังคม153,061,500 6.14
กันตพร หาญพาณิชย์84,470,0003.39
พรลักษณ์ หาญพาณิชย์84,465,0003.39
พรสุดา หาญพาณิชย์84,465,0003.39
THE BANK OF NEW YORK MELLON69,717,7312.80
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C)30,256,7251.21
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทิสโก้มาสเตอร์ร่วมทุน14,700,5000.59

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า กลุ่มตระกูลหาญพาณิชย์ ถือครองหุ้นBCH มากสุดที่สุด และหากนำมาคำนวณกับราคาหุ้นในปัจจุบัน กลุ่มตระกูลดังกล่าวมีมูลค่าการถือครองหุ้นสูงถึง 2.9 หมื่นล้านบาท รวมทั้งยังพบว่า ยังมีการถือครองหุ้น JKN อีกด้วย ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัท ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 12 ก.ค. 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน โดยราคาหุ้น BCH เพิ่มขึ้น 72.79% ส่วน หุ้น JKN ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.73% 

หากนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าการถือครองตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 12 ก.ค. 2564 จะพบว่า กลุ่มตระกูลหาญพาณิชย์ มีมูลค่าพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.7 หมื่นล้านบาทเป็น 2.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นล้านบาท หรือ คิดเป็น 70%

หุ้นรายชื่อมูลค่าต้นปี (ลบ.)มูลค่าปัจจุบัน (ลบ.)
BCHพรลักษณ์ หาญพาณิชย์1,1401,984
BCHพรสุดา หาญพาณิชย์1,1401,984
BCHกันตพร หาญพาณิชย์1,1401,985
BCHเฉลิม หาญพาณิชย์ 10,98519,123
BCHสมพร หาญพาณิชย์2,4214,214
JKNเฉลิม หาญพาณิชย์198245
รวม
17,02629,538 

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองที่ดีกับหุ้นโรงพยาบาล เนื่องจากประเมินว่า สถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ยังไม่จบลงได้ง่าย ดังนั้นกลุ่มรพ.ยังคงได้รับผลดีต่อเนื่อง โดยบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า เราคงแนะนำ Bullish สำหรับกลุ่มการแพทย์ โดยเลือก BCH (Buy ราคาเป้าหมายปี2565 อยู่ที่ 33 บาท) กลับมาเป็นหุ้นเด่นร่วมกับ BDMS (Buy ราคาเป้าหมายปี2565 ที่ 29 บาท) เนื่องจาก 1) ระยะสั้น ไตรมาส3/2564 มองว่าปัญหาการส่งมอบวัคซีน จะส่งผลกระทบต่ออัตราการฉีดวัคซีนหลักของรัฐบาล ขณะที่ยอดติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ BCH มีปัจจัยบวกจากเป็น รพ. ที่ได้ประโยชน์จากการให้บริการตรวจเชื้อ และมีเตียงรองรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อมากสุด

ในครึ่งปีหลัง มองว่าวัคซีนทางเลือกทั้งชิโนฟาร์มและโมเดอร์น่าจะมีบทบาทมากขึ้นต่อภาพรวมการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคนส่วนใหญ่กลับมาทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งมีการเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น และมองว่า BDMS ยังเป็น รพ.ที่ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศ และวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่าของ รพ.เอกชน มีความต้องการสูง ทำให้ประมาณการกำไรปี 2565ของ รพ. อาจเกิด upside ได้อีกจากการฉีดวัคซีนโมเดอร์น่ามากกว่าสมมติฐานของเรา โดยใช้สมมติฐานการฉีดวัคซีนโมเดอร์น่าของทุก รพ.ที่ศึกษาในไตรมาส 4/2564 จำนวน 1 แสนโดส และปี 2565 ที่ 4 แสนโดส ในเบื้องต้นประเมินการให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์น่าเพิ่มขึ้นทุก 1 แสนโดส จะมีผลบวกต่อกำไรปี2565 ของ BDMS ราว 1%, BH และ BCH ราว 3%, CHG ราว 4%, THG ราว 13%

สอดคล้องกับ บล.เคทีบีเอสที แนะนำซื้อหุ้น BCH โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 30.50 บาทจากเดิมที่ 25.00 บาท จากการปรับ Terminal growth เป็น 3.5% (จากเดิมที่ 2.5%) จากแนวโน้มกำไรที่จะอยู่ในระดับสูงกว่าอดีต หลังจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศเพิ่มขึ้นมาก และ ธุรกิจ Wellness & Healthcare จะกลับมาเติบโตดีจากเทรนด์ Health awareness ที่เพิ่มสูงขึ้น

  • ผู้โพสต์ Chitphon
  • 2021-07-14 13:11:34
  • 522

ผู้สนับสนุน