เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2021-07-15 11:32:36
  • 407

รายงานพิเศษ : SAAM ดาวรุ่งพลังงานทดแทน-เทคโนฯ หุ้นดี mai แนวโน้มกำไรเร่งตัว

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจป่วย ผลตอบแทนดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ภาวะตลาดหุ้นโดยรวมยังผันผวน ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนในตลาดจำนวนหนึ่งดิ้นรนโยกย้ายเข้าสินทรัพย์ประเภทหุ้นพื้นฐานดีขนาดกลาง ขนาดเล็ก ซึ่งหลายตัวดูจะปลอดภัยกว่าหุ้นใหญ่ๆ ในกลุ่มหลัก เนื่องด้วยเบาความเสี่ยงจากการปรับพอร์ตของทั้งนักลงทุนประเภทสถาบัน รวมถึงนักลงทุนต่างประเทศ 

ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) บ้านเรา มีหุ้นขนาดย่อมจำนวนมิใช่น้อยที่พื้นฐานน่าสนใจ กำไรโดดเด่นสวนกระแสวิกฤต หนึ่งในนั้นได้แก่ บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า SAAM ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องพลังงานทดแทนดังนี้ 1. จัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2. พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย หรือตามความต้องการลูกค้า 3. ลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และกิจการอื่นๆ โดยมีโครงสร้างรายได้จากทั้งบริษัทย่อยในประเทศไทย และบริษัทย่อยที่ฮ่องกง ญี่ปุ่น 

ธุรกิจประเภทพลังงานทดแทนค่อนข้างปลอดภัยจากผลพวงวิกฤตเศรษฐกิจเหตุเพราะความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแต่จะเพิ่มขึ้น สวนทางกับต้นทุนอุปกรณ์ถูกลงแถมประสิทธิผลกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันก็เหนือกว่าในอดีตด้วย

สอดคล้องกับผลประกอบการย้อนหลัง SAAM นับแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยก็ขยายตัวต่อเนื่องเรื่อยมา

รายได้รวมย้อนหลังปี 2561 เท่ากับ 71.73 ล้านบาท, ปี 2562 เท่ากับ 73.33 ล้านบาท และปี 2563 เท่ากับ 73.36 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิย้อนหลังปี 2561 เท่ากับ 15.44 ล้านบาท, ปี 2562 เท่ากับ 16.55 ล้านบาท และปี 2563 เท่ากับ 24.27 ล้านบาท

อีกทั้งผลงานล่าสุดไตรมาส 1/2564 กำไรสุทธิก็ยังปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 9.12 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่กำไรสุทธิ 7.35 ล้านบาท 

เป้าหมายการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในขอบข่ายพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานน้ำ และพลังงานลม เป็นต้น จำนวนรวมทั้งสิ้น 100 เมกะวัตต์ภายในปี 2564 และเพิ่มเป็น  150 เมกะวัตต์ภายในปี 2565 ของ SAAM  โดยมุ่งเน้นในต่างประเทศที่มีศักยภาพจะช่วยให้ผลการดำเนินงาน 1-2 ปีนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกอย่างชัดเจน ทว่าที่น่าสนใจกว่าคือ กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจระยะยาวที่เพิ่มความครบวงจรเช่น จะมีการทำการเกษตรแล้วผลิตเป็นวัตถุดิบสำเร็จรูปส่งป้อนโรงไฟฟ้าชีวมวล รวมไปถึงพัฒนาโครงการพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายส่งเสริม ต้องการให้สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มอีกกว่า 7,000 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าชีวมวลเหล่านั้น ต้องการเชื้อเพลิง ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้ชีวมวลอัดเม็ดจำนวนกว่า 40 ล้านตันต่อปี 

อีกความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าสนใจล่าสุดคือ การเข้าสู่งานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบบริหารเฉพาะทางด้วยเทคโนโลยีวิเคราะห์บิ๊กดาต้า (Efficiency Improvement in Operational Intelligence through Big Data Analytics) ให้กับกลุ่มลูกค้าประเภทโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งธุรกิจนี้จะช่วยเสริมสร้างรายได้และกำไรอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว สนับสนุนความสามารถทำกำไรให้สูงกว่าเดิม  อีกทั้งยังมีโอกาสในการเติบโตอย่างมากและต่อเนื่อง เนื่องจากในปัจจุบัน ยังไม่มีคู่แข่ง โดย SAAM เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และโซลูชั่นเฉพาะทางในลักษณะนี้

ด้าน บล.บัวหลวง วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น SAAM ว่า การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในญี่ปุ่นจะสนับสนุนกำไรระยะยาว โดยปัจจุบันมีงานในมือได้แก่ งานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย 40 MW คาดรายได้ประมาณ 350 ล้านเยน และโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้า 100 MW คาดทยอยรับรู้มูลค่างานประมาณ 1,000 ล้านเยน

ขณะที่ทิศทางผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ และคาดได้เห็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงงบไตรมาสสุดท้ายปีนี้จากกำไรโรงไฟฟ้าที่จะเข้ามาประกอบกับการรับรู้รายได้ในธุรกิจ Tech Solution เป็นการนำเทคโนโลยี RFID ผนวกโซลูชั่น Big Data Analytics เข้ามาบริหารต้นทุนให้กับธุรกิจบริการอย่างเช่น โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ คาดเริ่มรับรู้รายได้ในปลายปีนี้ และเข้ามาเต็มปีในปีหน้าเพิ่มอัตรากำไรโดยรวมให้สูงขึ้นอีก

นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ ยังประเมินว่ามีโอกาสที่ SAAM จะบันทึกกำไรพิเศษราว 80 ล้านบาท เป็น Upside risk จากการจำหน่ายงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นให้กับกลุ่มทุนใหญ่ในต่างประเทศที่แสดงเจตจำนงซื้อโครงการ Oita 01 และ 02 ไว้แล้ว ดังนั้นจึงให้คำแนะนำพื้นฐานคือ ซื้อ ราคาเป้าหมายเหมาะสม 8.80 บาท

  • ผู้โพสต์ gobmariam
  • 2021-07-15 11:32:36
  • 407

ผู้สนับสนุน