เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2021-07-23 13:14:09
  • 440

รายงานพิเศษ : AMR เปิดเส้นทางการเติบโตสาย SI พร้อมขยายอาณาจักรสอดรับเมกะเทรนด์

คำต่อคำ "มารุต ศิริโก" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMR เผยเส้นทางการเติบโตบนธุรกิจสาย System Integration กว่า 20 ปีซึ่งกำลังเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET พร้อมขยายอาณาจักรธุรกิจให้ครบวงจรกว่าเดิมสอดรับเมกะเทรนด์ มั่นใจในอนาคตมีงานทะลักด้วยศักยภาพฝีมือคนไทยที่มาตรฐานเทียบชั้นต่างประเทศ แต่เข้าใจความต้องการของคนไทยด้วยกันเองมากกว่าบนพื้นฐานคำว่า "AMR-The Total Solution" 


จุดเริ่มต้น AMR ?

"เอเอ็มอาร์ เอเซีย" ก่อตั้งเมื่อปี 2542 ประกอบด้วยคน 40 คนก็ทำงานทั้งด้านเกี่ยวกับออกแบบติดตั้งระบบที่เรียกว่าระบบ SI (System Integration) รวมถึงให้คำปรึกษาแบบครบวงจร มีทั้งเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารระบบไฟฟ้า และระบบเครื่องกล

เราเองไม่ได้ทำแค่เรื่อง SI อย่างเดียว เรายังได้มีการประยุกต์วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปด้วย ตอนนั้นงานที่เราได้มาก็เช่นงานออกแบบติดตั้งระบบมิเตอร์ไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเป็นสิ่งผลิตภัณฑ์ที่เราทำขึ้นมามีการใช้งานมาตลอด ในปีแรกเรามียอดขาย 108 ล้านบาท เรามีลูกค้าทั้งรัฐบาลและเอกชนรัฐวิสาหกิจสนับสนุนให้มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

ได้เข้าสู่งานประเภทระบบรถไฟฟ้าเมื่อไหร่ ?

จุดที่ทำให้เราก้าวกระโดดเกิดจากในปี 2548 เราเข้าสู่การทำงานระบบรถไฟฟ้า โดยโครงการแรกที่เข้าไปทำคือส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสะพานตากสินไปยังวงเวียนใหญ่จำนวน 2 สถานีซึ่งเป็นการเชื่อมต่อกับของเดิมที่มีอยู่ ทำจากฝั่งกรุงเทพมหานครข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งธนบุรี ถือได้ว่าเราเป็นบริษัทไทยเจ้าแรกที่เข้าไปทำตรงนี้ ในปีเดียวกันนี้เราก็เข้าไปรับงานเกี่ยวกับการตั้งระบบอาณัติสัญญาณรถไฟรางคู่ด้วย พอปีต่อมาเราก็เข้าไปรับงานสับเปลี่ยนอาณัติสัญญาณให้กับไฟฟ้าสายสีเขียวด้วยโดยทำงานร่วมกับบริษัทข้ามชาติซึ่งเป็น Partner เรา หลังจากนั้นเราก็ยังรับงานส่วนต่อขยายอีกหลายๆ สถานี

กระทั่งเกิดการก้าวกระโดดอีกครั้งในปี 2559 จากที่เคยรับงานสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวทีละ 3 สถานี 5สถานีบ้าง กลายเป็นรับงานออกแบบติดตั้งระบบส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวอีก 25 สถานีกับ 2 ศูนย์ซ่อม ซึ่งก็ถือว่าเราเป็นบริษัทไทยบริษัทแรกอีกเหมือนกันที่ออกแบบติดตั้งงานแบบนี้

นอกจากออกแบบติดตั้งระบบส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีเขียว ในตอนนั้นเรามีงานอื่นอะไรอีกไหม ?

เรามีผลิตอุปกรณ์เช่นระบบหยุดรถไฟฟ้า ซึ่งได้นำไปใช้ในรถไฟฟ้าสีเขียวกว่า 60 สถานี และยังมีสินค้าอีกหลายตัวที่เราเอาไปออกแสดงเพื่อโชว์ศักยภาพว่าผลงานคนไทยก็มีคุณภาพไม่แพ้สินค้าต่างชาติ

ต่อมาในปี 2561 เราก็มารับงานเป็นเทิร์นคีย์โปรเจค รวมไปถึงงานสำคัญก็คือ รถไฟฟ้าสายสีทองที่เราทำงานทุกอย่างของไฟฟ้าสายสีทองซึ่งเป็นรถไฟฟ้าประเภทไร้คนขับและเป็นล้อยางระบบแรกของประเทศไทยด้วย 

และปี 2562 เราเข้าไปรับงานออกแบบติดตั้งระบบ SCADA (Supervisory Control And Data Acquisition) ให้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูเหลือง ส่วนงานอื่นที่นอกเหนือจากระบบรถไฟเรายังทำงานสายไฟฟ้าลงดิน และระบบตรวจจับผู้บุกรุกสนามบินด้วย

ปี 2564 นี้จะมีงานใหม่เพิ่มขึ้น หรือ สิ่งใดที่เป็นพัฒนาการที่สำคัญ ?

ปีนี้เราก็ยังมีงานต่างๆเพิ่มต่อเนื่อง  ปัจจุบัน AMR แบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็น 3 อย่างได้แก่ 

1. งานให้บริการวางระบบหรือที่เรียกว่างาน SI 

2.งานให้บริการดูแลซ่อมบำรุงรักษา 

และ 3.การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีโซลูชั่น

อีกทั้งปีนี้เรากำลังเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้เสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรกหรือเรียกว่าไอพีโอจำนวน 150 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท/หุ้น ในราคาหุ้นละ 6.90 บาท คาดเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น (SET) วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ใช้ชื่อย่อว่า AMR อยู่ในหมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะใช้ลงทุนอย่างไร ?

เราแบ่งเงินไว้ 3 ก้อนใหญ่ๆ เงินที่ระดมทุนมาส่วนใหญ่ 85 % เราจะไปลงทุนเกี่ยวกับงานด้านการบริการ ที่จะเปลี่ยนแหล่งรายได้จากฐานงานด้านโปรเจคไปเป็นฐานงานด้านการให้บริการซึ่งเราจะขยายงานใน 2-3 อย่าง อย่างแรกคืองานซ่อมบำรุง อย่างที่สองคือเรื่องรถไฟสายรอง และอย่างที่สามคือด้านการบริหารจัดการพลังงาน เช่นระบบที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า  (EV) ในระดับประเทศ

พร้อมแบ่งเงินอีก 5% พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งโปรแกรมและเครื่องมือต่างๆ ไว้รองรับ ตอบโจทย์การขยายธุรกิจของเรา ส่วนที่เหลือ 10 % ใช้หมุนเวียนในธุรกิจและการดำเนินงาน

เป้าหมายเชิงธุรกิจหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ ?

ราจะเป็นผู้ให้บริการที่มากกว่าคำว่า Maintenance สิ่งที่ AMR จะเดินต่อไปในอนาคตคืองานระบบฟีดเดอร์ไลน์ หรือระบบรถไฟฟ้าสายรอง เราจะเข้าไปพัฒนาโครงการ และถ้าเป็นไปได้เราก็จะเข้าไปเป็นผู้ Operate รถไฟสายรองในแต่ละพื้นที่ด้วย  

ในส่วนต่อมา เรามองว่าในแต่ละเมืองที่เป็นเมืองท่องเที่ยวกำลังมีความต้องการการพัฒนาวางระบบ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความหลากหลาย เช่น เราอาจจะมองว่าเราจะเข้าไปเป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับชุมชน หรือเครื่องเล่นต่างๆ ของแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวได้ไหม 

รวมถึงเราจะทำเรื่องของระบบสาธารณูปโภคและระบบของพลังงานต่างๆที่ตอบสนอง Smart City ซึ่งแต่ละเมืองมีบริบทไม่เหมือนกัน สิ่งที่ AMR มาทำมาตลอดคือเรามีศักยภาพและก็มีความรอบรู้ในการพัฒนาหรือปรับปรุงโปรเจคโครงงานของเราให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ แล้วด้วยความที่เรามี R&D (การวิจัยพัฒนา) เข้ามาประกอบ เราก็จะสามารถเข้าไปพัฒนาระบบต่างๆ ได้

ประเมินโอกาสของธุรกิจในอนาคต

สิ่งที่เราทำล้วนเป็น Mega Trend ของประเทศ เช่นเรื่องของการคมนาคมระบบขนส่งทางราง ซึ่งในประเทศไทยระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมีการลงทุนสูง 

อีกทั้งจากการที่รัฐบาลมีความพร้อมที่จะลงทุนทางด้านคมนาคมเป็นจำนวนมหาศาลซึ่งในส่วนของรถไฟฟ้าเป็น 20 % ถึง 30 % ของการลงทุนทั้งหมด 

ดังนั้นเราเองในฐานะที่เป็นบริษัทระดับแนวหน้าในธุรกิจนี้เราจึงเชื่อมั่นว่า อนาคตของเรายังมีโอกาสเข้าไปได้งานเหล่านี้อยู่ อย่างน้อยเม็ดเงินที่จะเข้ามาหาเราก็จะสูงพอสมควร

นอกเหนือจากงานด้านคมนาคมแล้วในด้านไอที ประเทศเราจะมีการพัฒนาด้านไอทีอย่างต่อเนื่องปีซึ่งเราเองมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดด้านนี้ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เราจึงมั่นใจว่างานส่วนนี้จะยังดีต่อไป

ในส่วนที่เหลือ ด้านพลังงานต่างๆ เรากำลังเริ่มเข้าไปทำงานอุปกรณ์แล้วก็ติดตั้งระบบ EV Charging Station ให้กับหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวสตาร์ทอัพในการลงทุนด้านนี้ เราก็ยังมั่นใจว่าในอนาคต 1 - 2 ปีเราจะมีงานแบบนี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

กังวลการแข่งขันจากผู้ประกอบการต่างชาติหรือไม่

บริษัทของเราเป็นคนไทยที่อยู่ในเมืองไทย ที่มีศักยภาพสูงทำงานอยู่เบื้องหลังสิ่งที่เป็นโครงข่ายที่เป็นพื้นฐานของประเทศ หรือโครงข่ายที่เป็นพื้นฐานของบริษัทต่างๆ ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ โดยทำทุกอย่างครบวงจร

เรากล้าพูดได้ว่า นวัตกรรมที่เราออกแบบและทำเองสามารถเข้าไปช่วยการลดต้นทุนในลักษณะของโครงการได้

ในขณะเดียวกันงานที่เราทำเช่นระบบรถไฟฟ้า เป็นงานที่ต้องการมาตรฐานขั้นสูง ซึ่งเรามีมาตรฐานเทียบเท่าดีพอ หรือดีกว่าคู่แข่งต่างชาติได้

AMR สามารถตอบสนองให้คำปรึกษาได้ตรงจุดเป็นอย่างดี และรวดเร็ว เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าคนไทยมากกว่า และหากลูกค้ามีปัญหาเร่งด่วน เรายังสามารถรุดเข้าไปยังพื้นที่หน้างานเพื่อช่วยแก้ปัญหาได้อย่างทันทีทันใด แม้จะเป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่างทุกวันนี้

ในขณะที่ต่างชาติมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางเข้ามาประเทศไทย หากลูกค้าเกิดปัญหาเร่งด่วน อาจกลายเป็นความเสียหายที่ลูกค้าต้องเสี่ยงเผชิญเอง ปัญหาในหลายอุตสาหกรรมลูกค้ารอไม่ได้

โควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจของ AMR หรือไม่ ?

จริงๆ แล้วสถานการณ์โรคระบาดนี้อยู่กับเรามาราว 2 ปีแล้ว ในส่วนของเราเองไม่ได้กระทบมาก เรามั่นใจว่าในวันนี้ผลกระทบจากโควิด-19  ยังทำอะไรเราไม่ได้ ประสิทธิภาพการทำงานเรายังอยู่ที่ 95 % เป็นอย่างน้อยเมื่อเทียบกับปกติ เราดูแลคนของเราไม่ให้มีความเสี่ยงเท่านั้นเอง ส่วนงานก็ยังทำได้ต่อเนื่องภายในแผนเวลาที่วางไว้

อะไรเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ AMR เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

เรายืนอยู่บนพื้นฐานของคำว่า "AMR-The Total Solution" พื้นฐานอันนี้ บ่งบอกว่าเราสามารถที่จะออกแบบระบบ และความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง เราจะเข้าไปศึกษาเข้าไปคุย แล้วนำความรู้ที่มีไปแก้ปัญหาให้ หรือปัญหาบางอย่างเราก็อาจใช้วิธีพัฒนาใช้ซอร์ฟแวร์เข้าไปช่วยปรับแก้ได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคนของเราเองจะต้องมีการพัฒนา มีศักยภาพความรู้ในเทคโนโลยีเสมอ เรามีศูนย์ฝึกเพื่อพัฒนาพนักงานของเราอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้การวิจัยและพัฒนามาสนับสนุนทั้งหมด นี่คือกลยุทธ์ที่เรายึดถือมาจวบจนทุกวันนี้..... 

  • ผู้โพสต์ gobmariam
  • 2021-07-23 13:14:09
  • 440

ผู้สนับสนุน