เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-09-10 10:37:14
  • 1408

ผ่าอนาคต BYD-EFORL-W หลังปลดเครื่องหมาย C

Mr.Data

สัปดาห์นี้ Mr.Data ชวนมาเกาะติดหุ้นปลดเครื่องหมาย C หลังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งปลดเครื่องหมาย C หุ้น บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) (EFORL) บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) (W) ในวันที่ 18 ส.ค.64 เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว สำหรับงบการเงิน ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564


ตามมาด้วย บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) (BYD) ที่ปลดเครื่องหมาย C  ในวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา 

ดูเหมือนว่าแนวโน้มธุรกิจของทั้ง 3 บริษัท ไล่เรียงตั้งแต่ BYD EFORL และ W จะมีพัฒนาการที่สำคัญ และผลการดำเนินงานในปี 2564 จะเข้าสู่โหมด “เทิร์นอะราวด์” จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ และปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น

เริ่มจาก BYD ที่กำลังพลิกโฉมธุรกิจ จากการเป็นบริษัทหลักทรัพย์ มุ่งสู่ความเป็น Holding Company ที่มีทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ พร้อมขยายไลน์สู่ธุรกิจรถโดยสาร (Electric Bus) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร คือ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) โดย BYD ถือหุ้นสามัญและบุริมสิทธิ 49% 

เป็นเจ้าของสัมปทานเดินรถที่ TSB ถือหุ้น 80-100% โดยเปิดดำเนินการอยู่แล้วและอยู่ระหว่างการจัดซื้อ E-BUS ซึ่งปัจจุบันTSB มีทั้งรถโดยสารประจำทางและรถโดยสารแบบปรับอากาศซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนรถบางส่วนไปเป็นรถโดยสารไฟฟ้า

“BYD เพิ่มทุน RO เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจรถบัสโดยสารไฟฟ้าโดยประมาณมูลค่าการเข้าถือหุ้นรวมไม่เกิน 350ลบ. ซึ่งกลุ่ม TSB มีแผนงานจัดซื้อรถบัสโดยสารไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 337 คัน ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อนำมาทดแทนรถเดิมในกลุ่มและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาควบคุมระบบการบริหาร” 

ในปี 2564 คาดว่าจะมีการนำรถไฟฟ้าเข้ามาให้บริการล็อตแรกประมาณ 130 คัน เพื่อเริ่มให้บริการในบางเส้นทาง 

ส่วนธุรกิจเดิมก็มีแผนขยายกลุ่มลูกค้าทั้งรายย่อยและรายใหญ่ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจรมากขึ้นโดยมุ่งเน้นด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนการสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ใหม่เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนให้กับลูกค้ารวมถึงการเจาะตลาดกลุ่ม Block trade และตราสารอนุพันธ์ รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนสำหรับนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ ได้แก่ Coporate day 

ส่วน EFORL ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังตัดขาย “วุฒิศักดิ์” ลดผลกระทบจากการขาดทุนจากการดำเนินงาน และหันมาโฟกัสธุรกิจเครื่งมือการแพทย์แทน

ผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 กลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด มีรายได้รวม 1,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 759 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 120 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 132% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 373 ล้านบาท

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งมียอดขายโตเพิ่มสูงขึ้นมาก

ส่วนแนวโน้มธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้เพิ่มต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในมือ (Backlog) รวมกว่า 500 ล้านบาท เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพผู้ป่วย (Patient Monitor) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอดแบบ  Portable เครื่อง Oxygen High Flow ฯลฯ  

และคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ซึ่งที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการสูง รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งในประเทศ และต่างประเทศในการนำเครื่องมือทางการแพทย์ในรูปแบบต่างๆ เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม  

มาที่ W ผู้ประกอบการร้านอาหารระดับ World class อันได้แก่ ร้านขนม Bake Cheese Tart, Zaku Zaku และ Rapl ร้านชาบู Kagonoya, ร้านเสต็ก Le Boeuf และ แบรนด์เรือธงสำคัญของบริษัทอย่าง “Domino’s Pizza" ซึ่งเป็น QSR พิซซ่าระดับโลก ที่สร้างยอดขายให้แก่บริษัทสวนกระแสโควิด-19 เนื่องจากเป็นสินค้าที่เหมาะกับการขายผ่านช่องทาง Delivery (รวดเร็ว-สดใหม่-คุณภาพเหมือนต้นตำรับ)

รายได้ของกลุ่มธุรกิจอาหารเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่ม Food Holding (ภายใต้แบรนด์ Kagonoya, กลุ่มขนม BAKE, Le Boeuf) ยอดขาย 116.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ราว 42.94 ล้านบาท 

ส่วน DOMINO’S PIZZA ยอดขาย 67.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.60 ล้านบาท (เทียบกับรายได้งวดเดียวกันของปีก่อนภายใต้เจ้าของเดิม)

ก้าวต่อไปของ W ยังคงมี DOMINO’S PIZZA เป็นสินค้าเรือธง และอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรรายใหญ่ เข้าร่วมลงทุน รองรับแผนขยายสาขา คาดผลการดำเนินงานในปีนี้ จะเริ่มเข้าสู่โหมด “เทิร์นอะราวด์” 

การกลับมา “เทิร์นอราวด์” ของ “BYD-EFORL-W” ทำให้หุ้นอยู่ในโฟกัสของนักลงทุน ผลการดำเนินงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใครคือของจริง!!!

  • ผู้โพสต์ Chitphon
  • 2021-09-10 10:37:14
  • 1408

ผู้สนับสนุน