เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2021-10-06 11:15:49
  • 480

"ประกันสังคม" ควัก 1.5 - 2 พันลบ. ตุนหุ้นแบงก์ใหญ่ - รับ 2 เด้ง

ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเริ่มต้นโค้งสุดท้ายของปี 2564 ดัชนีหุ้นไทยยังคงรักษาฐานที่ระดับ 1,600 จุดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากภาพรวมของสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มมีสัญญาณที่ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีปัจจัยสนับสนุนในการปรับโครงสร้างธุรกิจหรือการรุกขยายธุรกิจกันอย่างคึกคัก ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หรือปันผลครึ่งแรกของปีนี้อีกด้วย


ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นในเดือนกันยายน 2564 พบว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นแบงก์ขนาดใหญ่ 3 แห่ง ประกอบด้วย

หุ้นจำนวนถือล่าสุดจำนวนถือครั้งก่อน  
BBL99,567,70093,524,700
KBANK99,045,00094,321,000
SCB120,344,700115,334,200

หน่วย: หุ้น 

จากข้อมูลดังกล่าว หากพิจารณาการเคลื่อนไหวราคาหุ้นแบงก์ใหญ่ทั้ง 3 แห่ง ในช่วง2 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่า ราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่สปส.เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ย่อมได้รับส่วนต่างจากกำไรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้นแบงก์ใหญ่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งสปส.ก็จะได้รับเงินปันผลในครั้งนี้ของทั้ง 3 แบงก์ รวมประมาณ 321.18 ล้านบาท  ก็เท่ากับว่า สปส.ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน 2 ทาง ทั้งในส่วนต่างจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น และได้รับเงินปันผลอีกด้วย   

หุ้นจำนวน(หุ้น)เงินปันผล(บ.) มูลค่าเงินปันผลที่ได้รับ(บ.)
BBL99,567,700199,567,700
KBANK99,045,000 0.549,522,500
SCB120,344,700 1.43172,092,921
รวม

321,183,121

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากราคาหุ้นแบงก์ใหญ่ในช่วงที่สปส.เข้ามาลงทุนเมื่อนำมาคำนวณ กับราคาหุ้นแบงก์ทั้ง 3 แห่ง จากราคาสูงสุดและต่ำสุดจะเห็นว่า สปส.จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 1,533- 2,132 ล้านบาท 

ทั้งนี้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี จะเข้าสู่เทศกาลประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส3 ของหุ้นแบงก์ ซึ่งปัจจุบันโบรกเกอร์เริ่มคาดการณ์ประมาณกำไรกลุ่มแบงก์ออกมากันบ้างแล้ว

ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ทั้ง 6 ธนาคาร เท่ากับ 3 หมื่นล้านบาท ลดลงราว 9% จากงวดไตรมาส2/2564 เพิ่มขึ้น 41%จากงวดเดียวกันปีก่อนจาก Credit Cost ต่ำลง จากประเมินกำไรก่อนสำรอง (PPOP) ติดลบ7% จากงวดไตรมาส2/2564  ( 10.7%งวดเดียวกันปีก่อน) เพราะรายได้รวมหดตัว 4%จากงวดไตรมาส2/2564 จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย(Non-NII) ทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าทิศทางกำไรไตรมาส 3/2564 ชะลอตัวไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นไปตามภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทย โดยรวมหากกำไรสุทธิ 9เดือนปี2564 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไร 9 เดือนแต่ละธนาคาร เฉลี่ยคิดเป็นสัดส่วนราว 82% ของประมาณการกำไรปี 2564 ขณะที่ประเมินธนาคารที่รายงานกำไรสุทธิเด่นจากงวดเดียวกันปีก่อน นำโดย KTB เพิ่มขึ้น 84% และSCB เพิ่มขึ้น 63%

  • ผู้โพสต์ Chitphon
  • 2021-10-06 11:15:49
  • 480

ผู้สนับสนุน