เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


เจ๊จิ๋ม...สายเถื่อน

  • 2021-11-24 07:30:11
  • 376

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 24-11-21

เจ๊จิ๋ม..สายเถื่อน 24-11-21


24-11-21 สวัสดีพี่น้องชาวไทย "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยเวลา 7.30 น.มีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

***ประกาศราคาขายไอพีโอของ HL ออกมาแล้วจ๊าาาาา เคาะกันที่ 9.80 บาท/หุ้น  "พี่แกะ-สมภพ"เอฟเอมือทองจาก บล.ฟินันเซียไซรัส บอกว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน เตรียมเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 25-26 และ 29 พ.ย. 2564  พร้อมกำหนดเข้าเทรดในตลาด mai วันที่ 3 ธันวาคมนี้  นักลงทุนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บล.ฟินันเซียไซรัสได้เลยยย นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายอีก 6 ค่ายคือ บล.โกลเบล็ก, บล. เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ทรีนีตี้, บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล.บียอนด์ และ บล.เอเซีย พลัส 

***พร้อมๆกันนี้ HL ก้อได้ประกาศงบการเงินในไตรมาส 3/64 โชว์ตัวเลขสุดหรูให้เป็นที่ประจักษ์ โดยไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.82% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 11.13 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 355.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.08% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 255.95 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนของปี 2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 57.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.85% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 912.74 ล้านบาท 

***ตามมาติดๆ กับ WFX ว่าที่น้องใหม่ไอพีโอเหมือนกัน ได้ประกาศผลงานรวม 9 เดือน สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยจร๊าาาาาา  โดยมีรายได้รวม 2,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 874 ล้านบาท หรือ 51% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,715 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท หรือ 218% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 59 ล้านบาท

*** "คุณณัฐ" ผู้บริหารคนเก่งของ WFX บอกว่าผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่น เกิดจากแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น 1.การเจาะตลาดใหม่ๆ 2.สร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีความหลากหลาย 3.การขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ WFX สามารถขายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าประเภทผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) ได้ในราคาที่สูงกว่ากลุ่มลูกค้าประเภทผู้จำหน่ายสินค้า (Distributor)  และจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีอุปสงค์ของเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งเพิ่มขึ้น  ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายคล้องหน้ากากผ้า ยางยืดขอบชุด PPE และหมวกคลุมผมทางการแพทย์  ...ประเมินจากทรงที่ว่านี้เจ๊จิ๋มว่า WFX ยังจะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ในเรื่องรายได้-กำไร ได้อีกหลายไตรมาสเลยล่ะ อิ-อิ

***WFX ยังไม่ได้กำหนดราคาขายไอพีโอนะ..แต่เจ๊จิ่มแอบเห็นมีรีเสิร์ชประเมินราคาเหมาะสมออกมาให้ดูกันแล้ว เริ่มจาก 1.บล.เคทีบีเอสที ประเมินมูลค่าหุ้น ไว้ที่ 12.40 บาท/หุ้น ด้วยวิธี 2022E PER ที่ 18 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม Fashion โดยผลการดำเนินงานของบริษัทฯจะเติบโตได้โดดเด่นจากธุรกิจแผนขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนบริษัทจึงใช้กลยุทธ์เชิงรุกเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดใหม่มากขึ้น  2.บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2565 สำหรับ WFX ที่ 10.10– 11.50 บาท ซึ่งคำนวณโดยอิง PER ปี 2565 ที่ 15 -17 เท่า เท่ากับหุ้นในกลุ่มสิ่งทอในจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท เนื่องจากไม่มีหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่ดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกันกับบริษัท  และ 3.บล.ทรีนีตี้  ประเมิน Fair value สิ้นปี 2565 ที่ 11.34 บาท อ้างอิงวิธี P/E 17 เท่า ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของอุตสาหกรรมแฟชั่น (SETFASH Index) -0.25SD โดยเลือกเฉพาะระดับที่อยู่ในช่วงเวลาปกติไม่เกิน 100 เท่า เพื่อความ Conservative  ...บทสรุปของเรื่องนี้คือ เจ๊จิ๋มอยากได้หุ้นไอพีโอของ WFX มากๆๆๆๆๆๆ ถึงมากที่สุดๆๆๆๆๆ

***สะกิดเตือนกันอีกครั้ง MSCI Rebalance ประกาศรายชื่อหุ้นชุดใหม่แล้ว ทั้งหมดจะมีผล 30 พ.ย. นี้

-MSCI EM ASIA น้ำหนักการลงทุนเพิ่มขึ้น 0.19% สู่78.65% ใน MSCI EM ประเทศที่ถูกเพิ่มน้ำหนักมี4 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้อินเดีย ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ส่วนที่เหลือถูกลดน้ำหนักลงเล็กน้อย

-MSCI Thailand ถูกลดน้ำหนักลง -0.02% สู่1.64% คิดเป็นแรงขาย -73ล้านเหรียญฯ

 MSCI Global Standard Index ของไทย ไม่มีหุ้นเข้า/ออกใหม่  แต่ลดน้ำหนักลงทุนในหุ้น CPALL, PTT, SCC, AOT, BDMS, ADVANC, PTTEP, PTTGC,DELTA, GULF ถูกลดตัวละ -6.4ล้านเหรียญฯ ถึง – 2ล้านเหรียญ

-MSCI Small Cap ของไทย มีหุ้นเข้าใหม่ คือ  TIDLOR, BEC, TIPH และมีหุ้นถูกคัดออก คือ TKN 

***ส่วน FTSE Rebalance ประกาศรายชื่อหุ้นชุดใหม่แล้ว และจะมีผลการปรับน้ำหนักในวันที่ 17 ธ.ค. นี้โดยมีการเปลี่ยนแปลงคือ

-FTSE All World Index (Large - Mid Cap) : ไม่มีหุ้นไทยเข้า/ออกใหม่ แต่ลดน้ำหนักหุ้นไทยราว -30ล้านเหรียญฯ สำหรับหุ้นรายตัว ลดน้ำหนักคือ  PTT, CPALL, SCC,SCB, AOT, KBANK, ADVANC, BDMS. GULF, PTTEP ราว -3.26ล้านเหรียญฯถึง -1ล้านเหรียญฯ ต่อตัว

-FTSE All Cap ( Small Cap )  เข้าใหม่ TIDLOR  ส่วนหุ้นออก-ไม่มี

- FTSE Micro Cap เข้าใหม่ AMR, ASW, DMT, GROREIT, INETREIT, NSL, SNNP ส่วนหุ้นออก-ไม่มี



  • ผู้โพสต์ natsinee2
  • 2021-11-24 07:30:11
  • 376

ผู้สนับสนุน