เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2021-12-22 09:51:09
  • 300

รายงานพิเศษ : ไอพีโอคุณภาพ WFX ผู้นำเส้นด้ายยางยืดระดับโลก กูรูชี้พื้นฐาน 12.40 บ. อัพไซด์ 72%

ภาคการส่งออกของไทยถือเป็น 1 กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมีผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยที่ชื่อชั้นได้รับการยอมรับในระดับสากลโดยหนึ่งในนั้นก็คือ ผลิตภัณฑ์เส้นด้ายยางยืดภายใต้ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือชื่อย่อว่า WFX ซึ่งกำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเร็ววันนี้ หลังการขายไอพีโอกระแสตอบรับดีเยี่ยม


ช่วงปลายปีในเดือนธันวาคมนี้ก่อนวันคริสมาสต์ หุ้นไอพีโอ WFX น่าจะได้เข้าซื้อขายบนกระดานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค/แฟชั่น ด้วยราคาเสนอขาย 7.20 บาท/หุ้น พาร์ 1 บาท/หุ้นโดยพบว่า กระแสตอบรับไอพีโอจำนวนรวม 142 ล้านหุ้นร้อนแรงท้าลมหนาวมากๆ 

ทั้งส่วนจัดสรรประเภทผู้ได้รับสิทธิจากการเป็นผู้ถือหุ้นเดิมบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB กระจายไม่เกิน 11.36 ล้านหุ้น ให้จอง 9-14 ธ.ค .2564 และส่วนสำหรับประชาชนทั่วไป กระจาย 116.44 ล้านหุ้น ให้จอง 15-17 ธ.ค. 2564 ต่างก็มียอดจองแน่นนับแต่วันแรกของการเปิดให้จอง ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างก็แสดงความสนใจหุ้นไอพีโอคุณภาพแน่นตัวนี้ด้วย

WFX มีฐานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งและเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบซิลิโคนของไทยที่โดดเด่นอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก กำลังการผลิตปัจจุบัน 3.5 หมื่นตัน/ปี โดยสินค้าส่งออกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 98% (กลุ่มลูกค้าหลักต่างประเทศเป็นจีน) ส่วนที่เหลือราว 2% อยู่ในประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม จากแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 14,200 ตัน/ปี จะช่วยผลักดันยอดขาย และกำไรขั้นต้นสูงขึ้น ไปพร้อมกับต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลง อีกทั้งผลดีการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดได้แทบทันที

งวด 9 เดือนแรกปี 2564 ที่ผ่านมา WFX มีรายได้รวม 2,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 874 ล้านบาท หรือ 51% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,715 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท หรือ 218% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 59 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  

ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ของปัจจุบันอยู่ที่ 1.12 เท่า ซึ่งภายหลังเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) บริษัทฯมีแผนนำเงินบางส่วนไปใช้คืนหนี้สถาบันการเงิน ทำให้ D/E อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า

นายชวลิต ติยาเดชาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (WFX) กล่าวว่า “แนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้นอีกสอดคล้องกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ผนวกกับกลยุทธ์สร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีความหลากหลาย ทั้งในด้านขนาดและคุณภาพที่ทำให้สามารถรองรับความต้องการที่แตกต่างของเส้นด้ายยางยืดได้เพิ่มขึ้นทั้งจากฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยังได้ระบุถึง 6 จุดเด่นที่สนับสนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งว่า ประกอบด้วย 
1. ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมสินค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม
2. ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง
3. ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์
4. ผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืดรายใหญ่ของโลก
5. ทีมการตลาดและทีมฝ่ายขายที่มีความเชี่ยวชาญ
และ 6.การพัฒนาสินค้าอย่างยั่งยืน


ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ล้วนมีมุมมองต่อไอพีโอ WFX เป็นเชิงบวก มีความได้เปรียบในแง่ธุรกิจ มีโอกาสเติบโตชัดเจน และที่สำคัญราคาหุ้นที่เปิดให้จองช่วงไอพีโอถือว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับราคาพื้นฐานที่ประเมินไว้

“การที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำยางข้นมากที่สุดในโลก ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบและต้นทุน เนื่องจากสามารถเข้าถึงน้ำยางข้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเส้นด้ายยางยืด ได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ” บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

“ผลการดำเนินงานของบริษัทฯจะเติบโตได้โดดเด่นจากธุรกิจแผนขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนบริษัทจึงใช้กลยุทธ์เชิงรุกเข้าไปเจาะกลุ่มตลาดใหม่มากขึ้น” บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน)

“ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-2566 จำนวน 274 ล้านบาท, 310 ล้านบาท และ 332 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 2563-2566 ราว 79.1% ต่อปี” บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

รวบรวมราคาพื้นฐานเหมาะสมหุ้น WFX ปี 2565 จาก 3 บทวิเคราะห์ข้างต้นไว้ดังนี้
เคทีบีเอสที 12.40 บาท
เคจีไอ 10.10 – 11.50 บาท
ทรีนีตี้ 11.34 บาท

  • ผู้โพสต์ gobmariam
  • 2021-12-22 09:51:09
  • 300

ผู้สนับสนุน