เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ
Image Slider
Image Slider

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2022-01-07 11:50:38
  • 873

บอร์ด FETCO นัดถกสัปดาห์หน้า ค้านหัวชนฝา!เก็บภาษีขายหุ้น 0.10%

Mr.Data 

ข่าวเด่นประเด็นร้อน! ที่ทำเอานักลงทุนตลาดหุ้นไทยที่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกว่า 2.25 ล้านบัญชี ในปัจจุบันถึงกับอกสั่นขวัญหาย หลังมีข่าวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้เริ่มมีความชัดเจนว่ากระทรวงการคลังเตรียมจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีขายหุ้นในตลาด 1 ล้านบาท/เดือนขึ้นไป จะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.1% ของมูลค่าการซื้อขาย หลังจากได้รับการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 2534 เพื่อนำเงินรายได้เข้ารัฐ 


บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทวิเคราะห์ Financial Transaction Tax : กรณีสรรพากรยังศึกษาการเก็บภาษีขายหุ้น 0.1% ต่อยอดขายหุ้นมากกว่า 1 ล้านบาท/เดือน หากกระทรวงการคลังนำมาใช้จริง จะทำให้ต้นทุน Transaction costs เฉลี่ยของนักลงทุนทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 33% และสภาพคล่องตลาดลดลง

จากการศึกษาของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF) เกี่ยวกับการขึ้น Financial Transaction Tax ในปี 2011 อธิบายผลกระทบจากการเก็บ Tax ขึ้นอยู่กับค่าเฉลี่ยการถือครองของ Securities นั้นๆ เช่น ตลาด S&P มี Average holding Period อยู่ที่ 0.40 ปี (3.5 เดือน) ในปี 2009 การขึ้น FTT 1 bps จะทำให้มูลค่าตลาดลดลงราวๆ 0.8%

หวั่นกดดันตลาดหุ้นวูบ 100 จุด

ผลกระทบจากประเด็นนี้อาจกดดันดัชนี SET อาจกระทบราว 42 - 100 จุด จากระดับปัจจุบัน (คิดจาก Average holding period ของตลาด 0.4-0.6 ปี และฐาน EPS ตลาด ปี 2021-2022 ที่เราคาด 76-92 บาทต่อหุ้น (-0.5X-1Xของ PER)

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สัปดาห์หน้า  นายไพบูลย์  นลินทรางกูร ประธานกรรมการ FETCO เตรียมนัดประชุมบอร์ด FETCO เพื่อหารือเรื่องมาตรการการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Financial Transaction tax) โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีการพูดคุยรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว 

ทั้งนี้ หากได้ข้อสรุปจะทำเป็นหนังสือในนาม FETCO ชี้แจงไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีการพูดคุยเรื่องนี้กันมาหลายรอบ โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีดังกล่าว

ค้านหัวชนฝาจังหวะเวลาไม่เหมาะสม

“โดยส่วนตัวยืนยันว่าไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าช่วงเวลาในการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นในปีนี้คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ แม้จะเห็นใจรัฐบาลที่ขาดดุลงบประมาณ แต่หากมองในระยะยาวอาจกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดทุนให้ลดน้อยลง ซึ่งถือเป็นการลดประสิทธิภาพของตลาดทุนไทยให้น้อยลงตามไปด้วย เพราะปกติแล้วสภาพคล่องคือจุดขายหลักของตลาดหุ้นและที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยก็มีสภาพคล่องมากสุดในภูมิภาคอาเซียน จึงไม่อยากเห็นการออกมาตรการที่จะส่งกระทบต่อสภาพคล่องและไม่เห็นด้วยที่จะออกมาในปีนี้”ประธานกรรมการ FETCO กล่าว

นอกจากนี้ ยังมองว่า กลุ่มนักลงทุนที่จะกระทบมากที่สุดคือ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ เนื่องจากต้นทุนในการซื้อขายหุ้น (เทรด) ของนักลงทุนต่างชาติก็สูงกว่า 1 เท่าตัวอยู่แล้ว ซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีเข้ามาจะทำให้ต้นทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัว และจะทำให้ยอดการเทรดของนักลงทุนต่างชาติลดลง จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนกว่า 40% ของวอลุ่มฯตลาดรวม 

และกลุ่มถัดไปที่โดนผลกระทบคือกลุ่มเทรดเดอร์และ Prop Trade ซึ่งทำให้ต้นทุนการเทรดเพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบโดยรวมจะส่งผลให้วอลุ่มฯตลาดหายไปราว 20-30%

นักวิชาการแนะทำประชาพิจารณ์

ขณะที่ รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง  และ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต มองว่า การเก็บภาษีการลงทุนในตลาดทุนนั้นมีทั้งข้อดีข้อเสีย ควรมีการศึกษาวิจัย และเปิดให้มีการทำประชาพิจารณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยก็จะทำให้ได้นโยบายหรือมาตรการที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยมากที่สุด และ ควรเก็บจากกำไรจากลงทุน มากกว่า เก็บจากธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์

หากเก็บภาษีในอัตราที่เหมาะสมจะไม่ทำให้สภาพคล่องหรือธุรกรรมในตลาดทุนลดลงมากนัก หากกระทรวงคลังตัดสินใจเก็บภาษีจากธุรกรรมการซื้อขายต่อเดือนเกิน 1 ล้านบาท ที่อัตรา 0.1% คาดว่า กระทรวงการคลังน่าจะมีรายได้จากภาษีไม่ต่ำกว่า  15,000-20,000 ล้านบาท แต่จะกระทบสภาพคล่องในตลาดหุ้นและธุรกรรม Trading 

หากกระทรวงการคลังไม่เก็บจากธุรกรรมซื้อขายตามที่ผมเสนอและเก็บเป็น Capital gains และเก็บในอัตรา 0.05% ในการลงทุนที่ถือครองน้อยกว่าหนึ่งไตรมาส รายได้จากภาษีจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3,000-8,000 ล้านบาทและรายได้อาจไม่แน่นอนขึ้นกับภาวะตลาด จะเก็บได้มาก กรณีเป็นทิศทางตลาดหุ้นขาขึ้น หากเป็นตลาดหุ้นขาลงและนักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุน หรือ สัดส่วนการลงทุนเป็นการลงทุนระยะยาวกว่าหนึ่งไตรมาส รัฐบาลอาจจะไม่ได้ภาษีมากนัก

แต่กรณีการเก็บจากกำไรจากการลงทุนจะไม่กระทบสภาพคล่องตลาดและธุรกรรมการซื้อขายไม่มาก และทำให้การพัฒนาตลาดทุนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ดีกว่ากรณีเก็บจากธุรกรรมซื้อขาย 

อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า หากเก็บภาษีในอัตราสูงไม่ว่า เก็บจากฐานธุรกรรมซื้อขาย หรือ ฐานกำไร ล้วนทำให้สภาพคล่องและธุรกรรมลดลงมากทั้งสิ้นและอาจทำให้การลงทุนในตลาดการเงินไทยถูกโยกย้ายไปประเทศอื่นในภูมิภาค อย่างสิงคโปร์แทน

สุดท้าย! ทางออกของแนวคิดการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นจะเป็นอย่างไร คงอยู่ที่การตัดสินใจของกระทรวงการคลัง ที่ตั้งธงมาแล้ว นักลงทุนคงต้องรอลุ้นด้วยความระทึก ที่ยากจะปฏิเสธ ใครที่คาดหวังตลาดหุ้นไทยจะบินไกลถึง 1,800 อาจต้องฝันค้าง ก้มมองเบื้องล่างจะไหลลงกี่จุด เพราะสะดุดที่ภาษี 

  • ผู้โพสต์ Chitphon
  • 2022-01-07 11:50:38
  • 873

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน