เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2022-05-19 14:19:02
  • 506

รายงานพิเศษ : STARK หุ้นคุณภาพ ติดโผดัชนี MSCI Small Cap

STARK หุ้นคุณภาพ พื้นฐานแข็งแกร่ง  ติดกลุ่มเข้าคำนวณดัชนี MSCI Small Cap รอบใหม่ สะท้อนผลงานดี  ผู้บริหารมั่นใจปีนี้รายได้แตะ 30,000  ล้านบาท 


ดัชนี MSCI ย่อมาจาก Morgan Stanley Capital International  ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกที่จัดทำดัชนีราคาหลักทรัพย์ประเภทต่างๆทั่วโลก เช่น ดัชนีตราสารหนี้  ดัชนีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ โดยบริษัทจะเลือกจากสินทรัพย์หรือบริษัทที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลและมีการประเมินทบทวนดัชนี เพื่อคัดกรองหุ้นเข้าออกดัชนีออกเป็นงวดๆและวิเคราะห์จากผลประกอบการของสินทรัพย์ตัวนั้นๆ

ล่าสุด บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ติดกลุ่มเข้าคำนวณดัชนี MSCI Small Cap รอบใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 65   สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ของบริษัทที่เป็นเบอร์1 ของอุตสาหกรรมสายไฟฟ้าและสายเคเบิลในอาเซียน

ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้ “ประกรณ์ เมฆจำเริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาแม้ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายการบริหารแบบ Pass-through หรือ Cost-plus strategy ซึ่งคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จะมีการกำหนดราคาวัตถุดิบและจำนวนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ตามนโยบายการจัดซื้อของบริษัทฯ ที่ไม่ให้มีการเก็งกำไรจากราคาวัตถุดิบ

และด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง (High margin product) โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟแรงดันระดับกลางจนถึงระดับสูงพิเศษ (Medium - Extra High Voltage) เพื่อรองรับโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชนที่มีการเติบโตสูง  ตลอดจนนโยบายในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการร่วมกันของกลุ่มบริษัทอย่างมีระบบ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 31.9% 

นอกจากนี้บริษัทยังรับรู้ผลประกอบการจากการลงทุนในเวียดนาม โดยหลังการเข้าลงทุนแล้วส่งผลทำให้เกิดการรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคในการพัฒนาและปรับปรุง  กระบวนการผลิตให้มีต้นทุนลดลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะการลดอัตราการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Scrap rate) ประกอบกับยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงาน

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนการขยายฐานรายได้เข้าสู่ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่กำลังเป็นที่นิยม และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงชุดสายไฟตามเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน 

โดยต้องมีสายไฟเป็นตัวเชื่อมระหว่าง EV และอื่นๆ เช่น Charging station ในสถานีบริการน้ำมัน , Charging box ในบ้าน , อาคาร , สำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับขนาดกำลังไฟฟ้า และปริมาณการใช้ไฟที่มากขึ้น  ทำให้เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

  • ผู้โพสต์ superya
  • 2022-05-19 14:19:02
  • 506

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน