เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2022-08-15 15:12:17
  • 346

รายงานพิเศษ : รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ติดปีก IND รายได้ปี 65 โตกว่า 25%

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการต่างๆของรัฐบาล หนุน IND ผลงานปี 65 กลับมาเติบโต ผู้บริหารมั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20-25%  ทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีกว่า 2,400 ล้านบาท


ฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรี คาดการณ์ว่า ปี 2565 และ 2566 การลงทุนในการก่อสร้างโดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.0-6.0% ต่อปี ซึ่งภาครัฐจะมีส่วนอย่างมาก โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.0% ต่อปี จากการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ที่เชื่อมโยงกับ EEC (เช่น การพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 ของและการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่ง ซึ่งได้มีการวางศิลาฤกษ์ไปแล้ว) จะช่วยดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 2.0-2.5% โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ และในจังหวัดใหญ่

การเพิ่มขึ้นของงานก่อสร้าง ส่งผลให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นตาม และยอดขายปูนซีเมนต์และเหล็กก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับแรงหนุนจากโครงการ ‘Made in Thailand’ ของรัฐบาล ซึ่งกำหนดให้ผู้รับเหมาที่ทำงานในโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศไทยอย่างน้อย 90% (ตามมูลค่าหรือปริมาณ)

การเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ย่อมส่งผลดีต่อ บมจ.อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (IND) ผู้ชำนาญในการให้บริการงานวิศวกรรมออกแบบพร้อมก่อสร้างและวิศวกรรมที่ปรึกษาแบบครบวงจร ทั้งด้านงานสำรวจ ศึกษาความเหมาะสมและวางแผนแม่บท งานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียด งานบริหารโครงการและงานควบคุมการก่อสร้าง และงานออกแบบพร้อมก่อสร้าง

โดยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “พรลภัส ณ ลำพูน” IND กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจของบริษัทในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเชื่อว่าทั้งปียังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากงานโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ จากภาครัฐที่ประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท เตรียมเข้าประมูลและเชื่อว่ามีโอกาสได้งาน  ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต และผลักดันให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ซึ่งผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรก (สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.65) บริษัทมีกำไรสุทธิ 17.18 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 17.04 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการให้บริการจำนวน 275 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 127.68 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 86.67% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 147.32 ล้านบาท

เป็นผลมาจากการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ เช่น ออกแบบพร้อมก่อสร้าง - ระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา, ออกแบบและก่อสร้างโครงการเปลี่ยนแปลงแนวท่อขนส่งน้ำมันในพื้นที่ซับซ้อน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ช่วงพญาไท - บางซื่อ  หมู่บ้านกลางกรุง

นอกจากนี้ยังได้รับงานออกแบบเบื้องต้นและออกแบบรายละเอียดเพิ่ม 6 โครงการ โดยโครงการที่มีมูลค่างานมากกว่า 18 ล้านบาท มีจำนวน 2 โครงการ  อาทิเช่น งานสัญญาจ้างวิศวกรที่ปรึกษา สำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร อุดรธานี-บึงกาฬ และงานสัญญาจ้างวิศวกรที่ปรึกษา สำรวจและออกแบบ และบูรณะสะพาน บนทางหลวงหมายเลข 4 ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

ส่วนทิศทางในครึ่งปีหลัง 65 บริษัทคาดว่า จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างของภาครัฐที่มีแนวโน้มฟื้นตัวที่จากการเร่งรัดให้มีงานโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ ทำให้บริษัทมีโอกาสเข้าร่วมประมูล โครงการออกแบบและก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มอีกหลายโครงการและยังทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,403.10 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. ทำให้มั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 20-25%

  • ผู้โพสต์ มิ้ว
  • 2022-08-15 15:12:17
  • 346

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน