เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ
Image Slider
Image Slider
Image Slider
Image Slider

คอลัมนิสต์


การเงินการลงทุน

  • 2022-09-23 10:53:47
  • 164

รายงานพิเศษ : TEGH “หุ้นดี” ปัจจัยพื้นฐานแน่น “ยางพารา-น้ำมันปาล์ม-กำจัดกากอินทรีย์”

ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กับ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ทำธุรกิจปลูกยางพาราและน้ำมันปาล์มดิบ จนถึงการกำจัดกากอินทรีย์และผลิตออกมาเป็นพลังงานสะอาด ซึ่งจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 30 ก.ย. 65 นี้ 


การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ต้องยอมรับว่า ภาคการเกษตรยังเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการขยายตัว หลังจากที่ฝั่งละตินอเมริกาและยุโรปเผชิญกับภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อผลิตผลสำคัญ เช่น ข้าวโพด และถั่วเหลือง แต่ประเทศไทยยังมีสภาพน้ำที่ดี สามารถเพาะปลูกได้ และผลผลิต อย่างอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมันมีราคาดีขึ้นมาก ทำให้คาดการณ์ว่ารายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% 

ซึ่งสนับสนุนทิศทางการทำธุรกิจของบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  จำกัด(มหาชน) (TEGH) หุ้นน้องใหม่ที่เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) วันที่ 30 ก.ย. 65 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า "TEGH" ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจการเกษตร  

บริษัทมีธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 2. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และ 3. ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัทย่อย จำนวน 11 บริษัท และการร่วมค้า จำนวน 1 บริษัท

ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยางพาราและปาล์มน้ำมันมานานกว่า 30 ปี และจากการบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ ทำให้บริษัทฯ สามารถฝ่าฟันทุกวัฏจักรของตลาดและวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ  

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 65 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มจากปีก่อน 2.4-3.4% โดยทุกสาขาการผลิตมีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติมากกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตและใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสมเพื่อลดต้นทุน มีการยกระดับ

สินค้าเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้การดำเนินกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่ง มีความคล่องตัวมากขึ้นภายหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ความต้องการสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ในส่วนของอุตสาหกรรมยางพารา ไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางอันดับ 4 ของโลก และคาดว่าแนวโน้มตลาดสินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางจะเติบโตมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว และมีความต้องการยางพาราในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสินค้าผลิตภัณฑ์ยางทั้งกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนถุงมือยางและอุปกรณ์ยางทางการแพทย์  

ขณะที่กรรมการผู้จัดการ TEGH “สินีนุช โกกนุทาภรณ์” มั่นใจว่าบริษัทมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตยางแท่ง Premium Quality ของประเทศ เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และความได้เปรียบด้านต้นทุน โดยตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตสูงสุดที่ประมาณ 285,649 ตันต่อปีในปี 64 เป็น 416,494 ตันต่อปี ภายในปี 67  เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการยางแท่งในการผลิตยางล้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

นอกจากนี้จุดเด่นอีกด้านของบริษัท คือการทำธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ ภายใต้แนวคิดการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  ซึ่งนับว่าเป็น Trend ของโลกในยุคปัจจุบันที่เน้นเรื่องพลังงานสะอาด เนื่องจากพลังงานที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต เป็นพลังงานที่ได้จากของเสียที่ผ่านขบวนการกำจัดที่ถูกวิธี จึงเกิดเป็น Bio Circular Green Economy อย่างแท้จริง

ผู้บริหาร TEGH  ยังเชื่อว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีมาร์จิ้นในระดับสูง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่ Seasonal สามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปี ประกอบกับพื้นที่ EEC ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมอีกมากที่ประกอบธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจที่มี Organic Waste เช่นกัน บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตอีกมาก ในธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์  

ส่วนผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกของปี2565 บริษัทมีรายได้ 7,536.79 ล้านบาท เติบโต 44.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มั่นใจครึ่งปีหลังยังเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ราคายางพาราในช่วงไตรมาส 3/65 จะปรับตัวลดลง แต่ราคาเฉลี่ยทั้งปียังสูงกว่าปีก่อน และกลุ่มลูกค้าของบริษัท ทั้งกลุ่มยางล้อและน้ำมันปาล์มยังมีความต้องการใช้สินค้า และบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 จะเพิ่มขึ้นแตะ 22,000 ล้านบาท

  • ผู้โพสต์ มิ้ว
  • 2022-09-23 10:53:47
  • 164

10 ข่าวยอดนิยม

โฆษณา
ผู้สนับสนุน