เรื่องเด่นวันนี้

KH Academy พานักศึกษาโครงการ KH Camp for Next C-Suite เปิดโลกทัศน์ประสบการณ์การเรียนรู้ที่เวียดนาม


26 กรกฎาคม 2567
KH Academy สุดปลื้มโครงการค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ KH Camp for Next C-Suite รุ่นที่ 1 ประสบผลสำเร็จลุล่วง พานิสิตนักศึกษายกขบวนบินลัดฟ้าเปิดโลกทัศน์เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เวียดนาม เยี่ยมชมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ Long Sinh และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP พร้อมเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาโชว์ทักษะพรีเซนต์ผลงานก่อนคัดเลือก 2 ผู้ชนะเลิศ เข้าฝึกงานกับ “บี.กริม เกาหลีใต้” ด้าน “บูรพา สงวนวงศ์” มั่นใจเสริมสร้างประสบการณ์และศักยภาพให้กับนิสิตนักศึกษา เพื่อก้าวสู่สังคมการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

ข่าวลูกค้า KH Academy พานักศึกษาโครงการ KH Camp for Next C-Suite.jpg


นายบูรพา สงวนวงศ์ ผู้บริหารสถาบันการเรียนรู้ KH Academy เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนผู้บริหาร KH Academy รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โครงการค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ KH Camp for Next C-Suite รุ่นที่ 1 ประสบผลสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดย KH Camp for Next C-Suite เปิดโอกาสให้กับนิสิตนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 2 – 4 จากคณะนิติศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมฝึกงานในระดับผู้นำองค์กรกับองค์กรเอกชนชั้นนำ ประกอบด้วย บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท กุดั่น แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด  และ บริษัท ทีทีที แอนด์ พาร์ทเนอร์ จำกัด

ในช่วงสัปดาห์แรกของโครงการ KH Camp for Next C-Suite ได้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเบื้องต้นให้กับนิสิตนักศึกษา โดยมีกิจกรรมถ่ายทอดทักษะการเขียนจดหมายสมัครงาน และการสัมภาษณ์งาน, กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) ตลอดจนกิจกรรมฝึกฝนทักษะและเรียนรู้มารยาททางธุรกิจทั้งในเรื่องการสื่อสารในที่สาธารณะ และธรรมเนียมการรับประทานอาหารแบบสากล จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการที่นิสิตนักศึกษาได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานจริงกับองค์กรภาคเอกชน และปิดท้ายโครงการด้วยการเดินทางไปศึกษาดูงานที่เมืองญาจาง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งภาคกลางตอนใต้ของเวียดนาม และถือว่าเป็นเมืองที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมืองหนึ่งของเวียดนาม โดยเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ Long Sinh เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในด้านอุตสาหกรรมอาหารของเวียดนาม ซึ่งได้รับเกียรติจากดร.เวิง วิน เหียบ ผู้บริหารโรงงานผลิตอาหารสัตว์ Long Sinh เป็นผู้ให้ข้อมูล

พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP โดยบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) เมืองฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เหงียน อัน ต๋วน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP เป็นผู้ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ

นอกจากนี้ในการเดินทางศึกษาดูงานในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะอาจารย์จาก 2 สถาบัน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน และผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สุภัทรกุล คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและเครือข่ายพันธมิตร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิศาล แก้วประภา หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจารย์ และนายศรัณย์ พิมพ์งาม อาจารย์ประจำภาควิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเดินทางเพื่อสังเกตการณ์ พร้อมทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสินการนำเสนอผลงานการฝึกปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ KH Camp for Next C-Suite เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพโดดเด่นจำนวน 2 คนที่จะได้รับเลือกให้เข้าฝึกงานกับ B.Grimm Power Korea Limited ที่ประเทศเกาหลีใต้ในลำดับถัดไป

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิสิตนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการ KH Camp for Next C-Suite จะได้นำความรู้และประสบการณ์จากการที่ได้รับการฝึกปฏิบัติงานกับองค์กรชั้นนำในครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้กับการประกอบวิชาชีพในอนาคต และขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฝึกงานกับ B.Grimm Power Korea Limited ประเทศเกาหลีใต้ โดยเชื่อมั่นการฝึกงานในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่น้องๆ ได้เป็นอย่างดี” นายบูรพา กล่าว

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน และผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่โครงการที่ดีอย่างโครงการฝึกงาน KH Camp for Next C-Suite เกิดขึ้น เนื่องจากการฝึกงานถือเป็นหัวใจสำคัญไม่มีทางที่จะสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพที่เรียนรู้เพียงแค่ในห้องเรียนอย่างเดียว แต่ต้องเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติงานจริงด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงมากขึ้น และการเข้าร่วมโครงการ KH Camp for Next C-Suite ของ KH Academy ก็ได้เห็นถึงศักยภาพทั้งของนิสิตนักศึกษา ผู้ประกอบการ และ KH Academy ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สุภัทรกุล คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณ KH Academy ที่ริเริ่มโครงการ KH Camp for Next C-Suite ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ดีเปิดโอกาสให้แก่นิสิตนักศึกษาจากทั้ง 3 คณะของทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีประสบการณ์ที่ดี ช่วยส่งเสริมความรู้นอกห้องเรียนและการลงมือปฏิบัติงานจริง จึงเชื่อว่าโครงการ KH Camp for Next C-Suite จะเป็นประสบการณ์ที่มีคุณภาพสำหรับนิสิตนักศึกษาทุกคนที่ร่วมในโครงการนี้ ตลอดจนเมื่อนิสิตนักศึกษาได้สำเร็จการศึกษาแล้วจะพัฒนากลายเป็นบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพและเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติสามารถช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ดียิ่งขึ้น และขอฝากให้นิสิตนักศึกษาเก็บเกี่ยวความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ รวมถึงเครือข่ายเพื่อนๆ ทั้ง 20 คนที่พบเจอกันผ่านโครงการ KH Camp for Next C-Suite นี้ไว้ เนื่องจากเครือข่ายกลุ่มนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อนิสิตนักศึกษาได้ในอนาคต

เช่นเดียวกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พงษ์แพทย์ เพ่งวาณิชย์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่มีความสนใจในเรื่องการลงทุนมากขึ้น ซึ่งโครงการ KH Camp for Next C-Suite สามารถตอบโจทย์ความต้องการนิสิตได้อย่างตรงจุด เนื่องจากเป็นโครงการที่นำนิสิตนักศึกษาจากทั้ง 3 คณะ ได้แก่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาอยู่ร่วมกันส่งผลให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพจากการเรียนรู้ประสบการณ์จริงภายนอกห้องเรียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งข้อดีของโครงการ KH Camp for Next C-Suite คือการที่นิสิตจะสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับใช้กับการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคต เนื่องจากบริษัทที่นิสิตจะได้ไปร่วมฝึกงานด้วยถือเป็นบริษัทชั้นนำระดับประเทศ นอกจากนั้นด้วยความร่วมมือของทั้งมหาวิทยาลัยและสถาบันการเรียนรู้ KH Academy การฝึกงานผ่านโครงการนี้นิสิตจะได้รับหน่วยกิตในการเรียนอีกด้วย จึงเชื่อมั่นว่าโครงการ KH Camp for Next C-Suite ในรุ่นต่อไปจะได้รับความสนใจจากนิสิตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

โดยในที่สุด ผลการตัดสินจากคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ นิสิตนักศึกษาที่มีศักยภาพ ผลงานรวมโดดเด่นที่สุด ได้รับโอกาสเข้าฝึกงานกับ B.Grimm Power Korea Limited ประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ นางสาวภูตะวัน แซ่ลี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางสาวเปมฉมา ละเมียดวิภากุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางสาวภูตะวัน แซ่ลี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการ KH Camp for Next C-Suite เป็นโอกาสที่หาจากที่ไหนไม่ได้แล้ว เนื่องจากโครงการนี้ทำให้ได้รับการเรียนรู้งานด้วยการลงมือปฏิบัติจริง และได้รับประสบการณ์รอบด้านทั้งทางด้านกฎหมาย พลังงาน วิศวกรรม ตลอดจนบัญชี จึงอยากจะแนะนำให้นิสิตนักศึกษาคนอื่นได้ลองสมัครเข้ามาโครงการนี้ในรุ่นถัดไป เพราะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับตัวเราเอง ซึ่งโดยส่วนตัวมีความสนใจในเรื่องของธุรกิจพลังงานอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อได้รับการคัดเลือกให้เข้าฝึกงานกับทาง B.Grimm Power Korea Limited จึงรู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก และคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการฝึกงานในครั้งนี้เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในอนาคตได้อีกมากมาย

และนางสาวเปมฉมา ละเมียดวิภากุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า KH Camp for Next C-Suite เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับพวกเราในวัยนี้ การที่จะมีหน่วยงานที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้ร่วมฝึกงานกับองค์กรชั้นนำระดับประเทศไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ และเมื่อเราได้รับโอกาสนี้ก็ทำให้ได้รับการเรียนรู้และประสบการณ์จริงซึ่งมากกว่าที่คาดหวังไว้ในช่วงแรกมากๆ จึงอยากจะแนะนำให้กับนิสิตนักศึกษาคนอื่นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากคุ้มค่าทั้งประสบการณ์ทั้งชีวิตในวัยมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน