Wealth Sharing

ลุ้น 5 หุ้นใหญ่ “Outperform” หลัง TESG เกณฑ์ใหม่ผ่านฉลุย โบรกฯชี้มีเงินหนุนตลาด 6-7 พันลบ.ต่อเดือน


19 สิงหาคม 2567

นับว่าเป็นอีกหนึ่งความคืบหน้ากับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG) หลังจากในวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้ประกาศปรับปรุงเกณฑ์ตามมติที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาในช่วงก่อนหน้านี้ 

WS (เว็บ) ลุ้น 5 หุ้นใหญ่ “Outperform”_0.jpg

ดังนั้น จึงถือเป็นข่าวดีต่อตลาดทุนไทยอีกหนึ่งข่าว ต่อจากกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 แต่อย่างไรก็ดีมันคงเป็นมุมมองจากทางเราเพียงมุมเดียวเท่านั้น ซึ่งสำหรับนักวิเคราะห์จะมีความคิดเห็นและมุมมองเช่นไรนั้น เราก็จะหยิบมานำเสนอกันในครั้งนี้ 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ตามที่ ก.ล.ต. ออกประกาศปรับปรุงเกณฑ์กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) รองรับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 30 ก.ค. 67 ที่เห็นชอบมาตรการปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศ มีผลใช้บังคับแล้วนับแต่ 16 ส.ค.67 

โดยความชัดเจนดังกล่าวมองว่าจะช่วยลดความกังวลตลาดส่วนหนึ่งที่สุญญากาศการเมืองล่าสุด อาจทำให้นโยบายดังกล่าวมีความไม่แน่นอน ส่วนนโยบายขับเคลื่อนตลาดทุนอีกด้าน ฝั่งกองทุนวายุภักษ์ มองเป็นนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ยังเป็นแกนนำรัฐบาลชุดใหม่ เชื่อว่ายังเป็นนโยบายหลักเดินหน้าต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้คาดเม็ดเงิน Thai ESG จะไหลเข้ามาช่วยหนุนตลาดช่วงที่เหลือของปีเฉลี่ย 6-7 พันล้านบาต่อเดือน และน่าจะมีเม็ดเงินเพิ่มเติมกองทุนวายุภักษ์ 1-1.5 แสนล้านบาท (ตามที่ได้มีการแถลงข่าว)

รวมไปถึงจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณของ KSS ช่วงวงจร LTF ในปี 2555 - 2556 ที่มี Cycle เศรษฐกิจคล้ายกับปัจจุบัน เราพบว่า ทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาทที่เข้าสู่ตลาดจะหนุน SET ราว 20 - 25 จุด ใกล้เคียง ผลการศึกษาของตลาดที่ประเมิน 25 - 27 จุด

นอกจากนี้ แนวนโยบายที่จะลงทุนในหุ้นที่มี ESG เพิ่มขึ้น จะช่วยให้หุ้นหลักดัชนี SETESG ที่มีมูลค่าหุ้นต่อมูลค่าตลาดของ SETESG มีโอกาส Outperform ในช่วงที่เหลือของปี 2567 อาทิ PTT (10%), AOT (8.2%) ADVANC (7.3%) GULF (5.7%) CPALL (5.1%)