Talk of The Town

เปิดทำเนียบ 12 หุ้น ลุ้นโฟลว์ไหลเข้า หาก LTF โยก TESG


26 กุมภาพันธ์ 2568

ตามที่นักลงทุนทราบกันดีว่า ในปี 2568 เม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF  ที่ครบกำหนดอายุกว่า 1.8 แสนล้านบาท จึงเป็นแรงขายที่นักลงทุนไม่น้อยกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินดังกล่าวที่มีต่อตลาดทุน แม้ว่าสถานการณ์ตลาดจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

เปิดทำเนียบ 12 หุ้น_S2T (เว็บ).jpg

แต่ในเดือน มี.ค.นี้ กระทรวงการคลังก็ได้ผุดไอเดียที่จัดตั้งกองทุน Thai ESG กอง 2 เพื่อรองรับเฉพาะนักลงทุนที่เคยถือกองทุน LTF เดิมอยู่แล้วเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่าด้วยเม็ดเงินที่มหาศาลก็ถือเป็นโอกาสให้แก่หุ้นรายตัวด้วยเช่นกัน

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่าจากกระแสข่าวว่าจะมีกองทุน ThaiESG ใหม่เปิดมารองรับกองทุน LTF วงเงินล่าสุด 1.88 แสนล้านบาท คาดแล้วเสร็จช่วงเดือน มี.ค. 68 จึงประเมินกองทุน LTF เดิมจะต้องมีการทยอยปรับพอร์ตเข้าสู่สมดุลในช่วงสั้นๆ 

สำหรับการเปลี่ยนดัชนีอ้างอิงจาก SET Index เป็น SETESG แทน ซึ่งมีความแตกต่างกันสำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ1.หุ้นในดัชนี SETESG จะมีน้ำหนักต่อตัวไม่เกิน 5% ทำให้หุ้นใหญ่มีน้ำหนักเกิน 5% ของตลาดฯ มีโอกาสถูกลดน้ำหนัก อย่าง DELTA มีน้ำหนัก 6.0%, PTT5.9%, GULF+INTUCH 5.8%, ADVANC 5.5% เป็นต้น

และหุ้นในดัชนี SETESG จะต้องมี ESG Rating ทำให้หุ้นใหญ่สภาพคล่องสูงที่ไม่มี ESG Rating มีโอกาสถูกลดน้ำหนักลง อาทิ TRUE, BH, CCET, TIDLOR, ITC, BCP, AEONTS, AAV, CHG, DOHOME, SPRC, RCL, SISB,EA, IRPC, PRM, BSRC, QH, M, ERW, JAS, SKY และ COCOCO

ทั้งนี้ จากการคำนวณหาหุ้นที่มีโอกาสได้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าเพิ่ม จากการโยกกองทุน LTF วงเงินคงเหลือล่าสุด 1.88 แสนล้านบาท เป็นกองทุน ThaiESG คือ หุ้นที่มี ESG Rating และมีขนาดไม่เกิน 5% ของดัชนี ThaiESG โดยได้ผลลัพธ์ 12 หุ้นมีโอกาสฟันด์โฟลว์ไหลเข้าเพิ่มมากสุด หากโยก LTF เป็น THAIESG 

นำโดย PTTEP มีโอกาสได้เงินไหลเข้าเพิ่ม 3,327 ล้านบาท ตามมาด้วย CPALL 3,156 ล้านบาท, SCB 2,866 ล้านบาท, KBANK 2,545 ล้านบาท, BDMS 2,502 ล้านบาท, KTB 2,266 ล้านบาท, BBL 2,005 ล้านบาท, CPN 1,561 ล้านบาท, CRC 1,405 ล้านบาท, TTB 1,290 ล้านบาท, CPF 1,279 ล้านบาท และ SCC 1,147 ล้านบาท 

เปิดทำเนียบ-12-หุ้น.jpg