จับประเด็นหุ้นเด่น
รายงานพิเศษ : SMD100 เดินหน้าลุย ตลาดรักษาโรคมะเร็ง-โรคนอนไม่หลับ ผลักดันรายได้โตต่อเนื่อง
26 กุมภาพันธ์ 2568
ปี68 ธุรกิจ Health & Wellness ยังเติบโตอย่างโดดเด่น สนับสนุนธุรกิจในวัฎจักร รวมทั้งบมจ.เอสเอ็มดี ไรส์ (SMD100) ที่เร่งผนึกพันธมิตรโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน เดินหน้าให้บริการกลุ่มลูกค้ารักษาโรคมะเร็งและโรคนอนหลับยาก หนุนสร้างรายได้เติบโตแข็งแกร่ง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า ในปี 2568 ธุรกิจ Health & Wellness เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล/โรงพยาบาลเฉพาะทาง ธุรกิจทันตกรรม ธุรกิจกายภาพบำบัด และธุรกิจการดูแลสุขภาพอื่นๆยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงโดดเด่นข้ามปี และคาดว่าจะทำผลกำไรต่อเนื่อง โดยประเมินข้อมูลธุรกิจจากหลายภาคส่วน ทั้งสถิติข้อมูลภายในของกรมฯ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สถิติจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ มูลค่าทุนจดทะเบียน แนวโน้มการเติบโต ผลประกอบการของธุรกิจ (รายได้ และ ผลกำไร)
ร่วมกับข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่างๆ เทรนด์การประกอบธุรกิจ ได้แก่ แนวโน้ม กระแสความนิยม พฤติกรรมของธุรกิจ นโยบายรัฐบาล และดัชนีทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อให้นักธุรกิจชาวไทยและต่างชาติใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน นำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ กำหนดทิศทาง และเลือกประเภทธุรกิจที่จะลงทุนได้ตรงตามความต้องการ
โดยในปี 2567 ธุรกิจ Health & Wellness มีรายได้รวม 357,988.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 5,464.77 ล้านบาท (ปี 2565 รายได้รวม 352,523.51 ล้านบาท) ซึ่งธุรกิจนี้ได้รับการส่งเสริมจากนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub เช่น การเพิ่มศักยภาพด้านอุตสาหกรรมทางการแพทย์ การชักชวนหรือให้สิทธิชาวต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศไทย
รวมทั้งการผสมผสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยลงไป สอดคล้องกับข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่แสดงว่าปี 2566 นักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical & Wellness มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุดที่ 99,770 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัวในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและผู้คนเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการในธุรกิจนี้เพิ่มสูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน
การเติบโตของธุรกิจกลุ่ม Medical & Wellness สนับสนุนผลการดำเนินงานของ บมจ.เอสเอ็มดี ไรส์ (SMD100) ให้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องจากการที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยนำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่สถานพยาบาลในประเทศและบุคคลทั่วไป
ซึ่ง “ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SMD100 ระบุ ปี68 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ ประมาณ 2,700 ลบ. หรือเติบโตในกรอบ 1,300 - 3,000 ลบ. ซึ่งจะเติบโตต่อเนื่อง จากผลของโครงสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งมี 3 ธุรกิจหลัก คือ
1. SMDX Co., Ltd.ให้บริการด้าน Longevity Hub และ Longevity Club
2. SMDI Co., Ltd.ร่วมมือกับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำในประเทศไทย เพื่อจัดตั้งศูนย์ฉายแสงรักษามะเร็ง
3. DaaS Business Unit (Device as a Service)
และล่าสุดบริษัท เอสเอ็มดีไอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในโครงการ ศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี Proton Therapy มีการลงทุนรวมกว่า 2,000 ลบ. รองรับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้มากถึง ปีละเกือบ 1,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้ตลอดอายุสัญญา 20 ปี สูงถึง 12,000 ลบ.
ส่วนความคืบหน้าโครงการ ศูนย์ตรวจการนอนหลับครบวงจร (Sleep Test Center) ณ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ (Thammasat Healthcare Center - THAMC) ล่าสุดได้ขยายเตียงเพิ่มอีก 11 เตียง รวมเป็น 16 เตียง ช่วยลดคิวรอจาก 6 เดือนลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดหวังรายได้จากค่าบริการตรวจการนอนหลับและการจำหน่ายเครื่องช่วยหายใจ CPAP รวมประมาณ 375 ลบ. ตลอดระยะเวลาสัญญา 5 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า ในปี 2568 ธุรกิจ Health & Wellness เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล/โรงพยาบาลเฉพาะทาง ธุรกิจทันตกรรม ธุรกิจกายภาพบำบัด และธุรกิจการดูแลสุขภาพอื่นๆยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงโดดเด่นข้ามปี และคาดว่าจะทำผลกำไรต่อเนื่อง โดยประเมินข้อมูลธุรกิจจากหลายภาคส่วน ทั้งสถิติข้อมูลภายในของกรมฯ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สถิติจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ มูลค่าทุนจดทะเบียน แนวโน้มการเติบโต ผลประกอบการของธุรกิจ (รายได้ และ ผลกำไร)
ร่วมกับข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่างๆ เทรนด์การประกอบธุรกิจ ได้แก่ แนวโน้ม กระแสความนิยม พฤติกรรมของธุรกิจ นโยบายรัฐบาล และดัชนีทางเศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อให้นักธุรกิจชาวไทยและต่างชาติใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน นำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ กำหนดทิศทาง และเลือกประเภทธุรกิจที่จะลงทุนได้ตรงตามความต้องการ
โดยในปี 2567 ธุรกิจ Health & Wellness มีรายได้รวม 357,988.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 5,464.77 ล้านบาท (ปี 2565 รายได้รวม 352,523.51 ล้านบาท) ซึ่งธุรกิจนี้ได้รับการส่งเสริมจากนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub เช่น การเพิ่มศักยภาพด้านอุตสาหกรรมทางการแพทย์ การชักชวนหรือให้สิทธิชาวต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศไทย
รวมทั้งการผสมผสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยลงไป สอดคล้องกับข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่แสดงว่าปี 2566 นักท่องเที่ยวกลุ่ม Medical & Wellness มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุดที่ 99,770 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัวในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและผู้คนเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการในธุรกิจนี้เพิ่มสูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน
การเติบโตของธุรกิจกลุ่ม Medical & Wellness สนับสนุนผลการดำเนินงานของ บมจ.เอสเอ็มดี ไรส์ (SMD100) ให้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องจากการที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยนำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่สถานพยาบาลในประเทศและบุคคลทั่วไป
ซึ่ง “ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SMD100 ระบุ ปี68 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ ประมาณ 2,700 ลบ. หรือเติบโตในกรอบ 1,300 - 3,000 ลบ. ซึ่งจะเติบโตต่อเนื่อง จากผลของโครงสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งมี 3 ธุรกิจหลัก คือ
1. SMDX Co., Ltd.ให้บริการด้าน Longevity Hub และ Longevity Club
2. SMDI Co., Ltd.ร่วมมือกับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำในประเทศไทย เพื่อจัดตั้งศูนย์ฉายแสงรักษามะเร็ง
3. DaaS Business Unit (Device as a Service)
และล่าสุดบริษัท เอสเอ็มดีไอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในโครงการ ศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี Proton Therapy มีการลงทุนรวมกว่า 2,000 ลบ. รองรับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้มากถึง ปีละเกือบ 1,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้ตลอดอายุสัญญา 20 ปี สูงถึง 12,000 ลบ.
ส่วนความคืบหน้าโครงการ ศูนย์ตรวจการนอนหลับครบวงจร (Sleep Test Center) ณ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ (Thammasat Healthcare Center - THAMC) ล่าสุดได้ขยายเตียงเพิ่มอีก 11 เตียง รวมเป็น 16 เตียง ช่วยลดคิวรอจาก 6 เดือนลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดหวังรายได้จากค่าบริการตรวจการนอนหลับและการจำหน่ายเครื่องช่วยหายใจ CPAP รวมประมาณ 375 ลบ. ตลอดระยะเวลาสัญญา 5 ปี