กระดานข่าว

MAGURO กำไรเติบโตทะลุเป้า 33.3% กว่า 97 ล้านบาท รายได้ 1,373 ล้านบาท โต 32%


27 กุมภาพันธ์ 2568

บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เผยความสำเร็จเกินคาด ผลประกอบการปี 2567 ทั้งรายได้รวมและ กำไรสุทธิเติบโตกว่า 33.3% มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท เผยความสำเร็จในไตรมาส 4/2567 ที่ ยอดขายร้านเดิม (SSSG) ในทุกๆ แบรนด์ ทำได้ดีแม้เศรษฐกิจยังทรงตัว เคาะปันผล เดินหน้ารุกแผนตลาดกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง    

ปรับนอน 2.jpg

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ ปี 2567 มีผลการดำเนินการที่ดี มีรายได้รวม 1,378.2 ล้านบาท เติบโต 32 % จากรายได้รวม1,046 ล้านบาทในปี 2566 และมีกำไรสุทธิ 96.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33.3% จากกำไรสุทธิ 72.5 ล้านบาทในปีก่อน นับว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่บริษัทฯ ตั้งไว้ โดยเฉพาะไตรมาส 4/2567 รายได้เติบโต 12.4% เป็น 399.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 34.3 ล้านบาท เติบโต 16.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา  

ถึงแม้ว่าปี 2567จะเป็นปีที่ท้าทายเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค จึงทำให้มีการชะลอตัวของการเติบโตสำหรับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อในระดับกลางแต่ในภาพรวมบริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิ ด้วยการดำเนินแผนธุรกิจที่กระตุ้นยอดขายร้านเดิม (SSSG) สร้างยอดขายเพิ่มจากการขยายสาขา และเน้นการทำตลาดแบรนด์พรีเมียมที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ ซึ่งสามารถทำกำไรสุทธิ (Margin) ได้สูงกว่า รวมถึงใช้กลยุทธ์การบริหารต้นทุน (Cost Control) อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ในปีนี้ 2568 บริษัทฯ มีแผนจะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงตั้งเป้าหมายปี 2568 จะมีรายได้รวมเติบโต 30% จากปี 2567 ด้วยการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและระมัดระวัง โดยบริษัทมีแผนจะเปิดร้านหมูทอด Tonkatsu Aoki เพิ่มอีก 4 สาขาในไตรมาส 1 และ 2 หลังจากสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิร์ล ประสบความสำเร็จอย่างสูงเกินความคาดหมาย และมีรายได้ต่อบิลล์ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนจะเปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก 2 แบรนด์ เพื่อขยายฐานรายได้ ขยายสู่เซ็กเม้นท์ใหม่ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ขณะเดียวกันบริษัทฯ มีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มสำหรับ ร้าน Maguro และ Hitori Shabu อย่างต่อเนื่องเพือรองรับลูกค้ากลุ่มพรีเมียมแมส โดยล่าสุดได้เปิดร้าน Hitori Shabu สาขาพระราม 9 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และนอกจากเปิดร้านเพิ่ม บริษัทฯ ยังเน้นการตลาดที่มีความแปลกใหม่ การจัดโปรโมชันเมนูพิเศษทั้งในแง่ของวัตถุดิบใหม่ รสชาติใหม่ที่หลากหลาย และในแง่ของขนาด (portion size menu) และราคาที่หลากหลายรองรับทุกความต้องการของผู้บริโภค” นายจักรกฤติกล่าวเสริม

ปัจจุบัน MAGURO มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมด 38 ร้านจาก 5 แบรนด์ ได้แก่

MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม 18 ร้าน เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ โดยในปี 2567 ร้านมากุโระมีรายได้รวม 777 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นสัดส่วน57% ของรายได้บริษัทฯ 

HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 11 ร้าน และร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course สาขาแรกที่เอกมัย 12 โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 96 เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นสัดส่วน 28% ของรายได้บริษัทฯ 

SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม 6 ร้าน สำหรับผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักศึกษา วัยทำงาน และครอบครัว ในราคาที่จับต้องได้ โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นสัดส่วน 15% ของรายได้บริษัทฯ 

TONKATSU AOKI ร้านหมูทอด สาขาแรก ณ เซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 3 มีรายได้รวม 3 ล้านบาท และ CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก สาขาแรกที่ The Flavorhood ประดิษฐ์มนูธรรม มีรายได้รวม 1 ล้านบาท ซึ่งเป็น 2 แบรนด์ใหม่ของบริษัทฯ โดยขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ