จับประเด็นหุ้นเด่น
รายงานพิเศษ : PREB เด่นรับแรงหนุน! รัฐเร่งลงทุน-เบิกจ่ายงบ ดันผลงานปี 68 โตพุ่ง
27 กุมภาพันธ์ 2568
เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัว ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งรัดการลงทุน และการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ซึ่งการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะงานรับเหมาก่อสร้าง รวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบมจ.พรีบิลท์ (PREB) ที่จะกลับมาขยายตัวโดดเด่น

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า การลงทุนภาครัฐในปี 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกรอบงบลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และการเร่งรัดการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจในปี 2568 มีวงเงินรวมสูงถึง 90,282.3 ล้านบาท คิดเป็น 34.2% ของกรอบงบลงทุนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด โดยมีโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มูลค่า 14,722.7 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 12,393.7 ล้านบาท
การลงทุนของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ที่ขยายตัวดีขึ้นจะส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งคาดการณ์ว่า ปีนี้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 3% มีโครงการเมกะโปรเจค ด้านคมนาคม เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน และสนามบิน ที่จะเปิดประมูล ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และส่งผลดีต่อผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็กในฐานะผู้รับเหมาช่วง
ส่วนการก่อสร้างภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 1% โดยโครงการที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางลงมาอาจเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวล่าช้าของตลาด
ขณะที่ธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล
ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะมีสัญญาณการฟื้นตัวมากขึ้น หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือถึงปัญหาและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้าง
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้ธปท.พิจารณา คือ การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ซึ่งธปท. ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และมองว่า LTV มีส่วนช่วยภาพรวมของธุรกิจได้ สำหรับกลุ่มที่รายได้สูงโดยเฉพาะสัญญาที่ 2-3 และมีศักยภาพในการกู้ แต่ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง
"ธปท. เตรียมนำข้อมูลที่หารือร่วมกับผู้ประกอบการ และข้อมูลที่มีอยู่ นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโบบายสถาบันการเงิน (กนส.) ต่อไป ส่วนจะมีความชัดเจนในไตรมาส 2 หรือครึ่งปีแรกนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสม และต้องทำแล้วมีผล และเกิดประโยชน์ช่วยได้จริง"น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธปท.กล่าว
แนวโน้มการลงทุนของภาครัฐ ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งบมจ.พรีบิลท์ (PREB) บริษัทชั้นนำ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ รายหนึ่งของไทย ซึ่งล่าสุดได้งานโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและคอนโด รวมมูลค่า 2,500 ล้านบาท ส่งผลให้ Backlog เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า การลงทุนภาครัฐในปี 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกรอบงบลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และการเร่งรัดการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจในปี 2568 มีวงเงินรวมสูงถึง 90,282.3 ล้านบาท คิดเป็น 34.2% ของกรอบงบลงทุนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด โดยมีโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มูลค่า 14,722.7 ล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มูลค่า 12,393.7 ล้านบาท
การลงทุนของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ที่ขยายตัวดีขึ้นจะส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งคาดการณ์ว่า ปีนี้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 3% มีโครงการเมกะโปรเจค ด้านคมนาคม เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน และสนามบิน ที่จะเปิดประมูล ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และส่งผลดีต่อผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็กในฐานะผู้รับเหมาช่วง
ส่วนการก่อสร้างภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 1% โดยโครงการที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางลงมาอาจเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวล่าช้าของตลาด
ขณะที่ธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล
ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะมีสัญญาณการฟื้นตัวมากขึ้น หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้หารือถึงปัญหาและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้าง
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้ธปท.พิจารณา คือ การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ซึ่งธปท. ก็ไม่ได้ปฏิเสธ และมองว่า LTV มีส่วนช่วยภาพรวมของธุรกิจได้ สำหรับกลุ่มที่รายได้สูงโดยเฉพาะสัญญาที่ 2-3 และมีศักยภาพในการกู้ แต่ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง
"ธปท. เตรียมนำข้อมูลที่หารือร่วมกับผู้ประกอบการ และข้อมูลที่มีอยู่ นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโบบายสถาบันการเงิน (กนส.) ต่อไป ส่วนจะมีความชัดเจนในไตรมาส 2 หรือครึ่งปีแรกนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสม และต้องทำแล้วมีผล และเกิดประโยชน์ช่วยได้จริง"น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธปท.กล่าว
แนวโน้มการลงทุนของภาครัฐ ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งบมจ.พรีบิลท์ (PREB) บริษัทชั้นนำ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ รายหนึ่งของไทย ซึ่งล่าสุดได้งานโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและคอนโด รวมมูลค่า 2,500 ล้านบาท ส่งผลให้ Backlog เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท