Talk of The Town

คนตื่นทรัมป์! ไทยรายต่อไป? โดนสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า หวั่นฉุด "จีดีพี" ปี 68 โตไม่ถึงเป้า


20 มีนาคม 2568

สงครามการค้าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสหรัฐ นักวิเคราะห์ชี้ ไทยมีความเสี่ยง ถูกตอบโต้โดยการเก็บในสินค้าส่งออก อาจทำให้ GDP ไทยขยายตัวลดลงถึงกว่า 0.5-0.6% จากกรณีฐาน หรือจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.0% ในปีนี้

คนตื่นทรัมป์! ไทยรายต่อไป_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัดเปิดเผยว่า ปัจจุบัน ไทยจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐในอัตราสูงถึง 42% ขณะที่สินค้าอาหารไม่แปรรูป เช่น ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้สด เก็บภาษีสูงสุดถึง 216% 

ส่วนยานยนต์ เผชิญภาษีนำเข้า 80% ของราคา CIF ส่วนชิ้นส่วนยานยนต์ มีการเก็บภาษี 20-80% ขึ้นอยู่กับประเภท ด้านสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ มีการเก็บอัตราภาษีเฉลี่ย 10-30% บางรายการเก็บสูงถึง 50-60% เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ

หากมองในมุมมองของทรัมป์ การเก็บภาษีเหล่านี้อาจไม่เป็นธรรมกับสินค้าส่งออกจากสหรัฐ ทำให้ไทยอาจถูกตอบโต้โดยการเก็บในสินค้าส่งออกอื่น ๆ ยกเว้นเพียงแต่ว่าไทยจะลดอัตราภาษีในสินค้าเหล่านี้ โดยหากทรัมป์เลือกที่จะเก็บภาษีเป็นรายสินค้า โดยเน้นสินค้าที่ขาดดุลการค้ามากนั้น สินค้าไทยที่มีความเสี่ยงที่จะถูกขึ้นภาษีได้แก่ 

(1) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (เกินดุลสหรัฐอันดับ 1 และเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทย) (2) ยางและผลิตภัณฑ์ยาง (เกินดุลสหรัฐอันดับ 4 และเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 4 ของไทย (3) อัญมณีและเครื่องประดับ (เกินดุลสหรัฐอันดับ 9 และเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 3ของไทย) (4) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (เกินดุลสหรัฐอันดับ 10 และเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 5 ของไทย)

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย ด้วยมูลค่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 18.3% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด คิดเป็น 10.7% ของ GDP โดยการคำนวณของ Bloomberg ระบุว่าไทยอาจจะโดน Reciprocal Tariff ถึงประมาณ 6% ของสินค้าส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้นพบว่า อาจทำให้ GDP ไทยขยายตัวลดลงถึงกว่า 0.5-0.6% จากกรณีฐาน หรือจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.0% ในปีนี้ จากกรณีฐานที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.5% ในปี 2568

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหนึ่งครั้งสู่ระดับ 1.75% ในเดือนตุลาคม แต่อาจช้าเกินไปที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก Momentum ทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มแย่ลงอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี