Talk of The Town

โบรกฯชี้ ภาษีความหวานเฟส 4 กระทบกำไรหุ้นเครื่องดื่มไม่มาก เลือกหุ้น ICHI เป็น Top pick


26 มีนาคม 2568

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ราคาหุ้นในกลุ่มเครื่องดื่มปรับตัวลงวานนี้ โดยเฉพาะ OSP ที่ปรับตัวลงราว 5% จากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นภาษีความหวาน เฟส 4 ของกรมสรรพสามิต ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 68 เป็นต้นไป

โบรกฯชี้ ภาษีความหวานเฟส 4_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

แต่อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบต่อกลุ่มค่อนข้างจำกัด เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ทั้ง OSP, COCOCO, ICHI, SAPPE, SNNP และ PLUS มีการปรับสูตรลดน้ำตาลไปแล้ว ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวไม่ต้องเสียภาษีน้ำตาล ซึ่งน้ำตาลปัจจุบันต่ำกว่า 6% ต่อ 100 มิลลิลิตร 

ขณะที่ CBG, HTC และ MALEE มีสัดส่วนน้ำตาลอยู่ในช่วง 6-8% ต่อ 100 มิลลิลิตร ทำให้ได้รับผลกระทบ แต่ในปัจจุบันบริษัทเริ่มมีแผนสำหรับลดผลกระทบแล้วอาทิ CBG ที่มีการปรับสูตรเตรียมไว้แล้ว คาดจะเริ่มใช้หลังการปรับขึ้นภาษีมีผลบังคับใช้รวมถึง HTC และ MALEE ที่ได้ปรับขึ้นราคาขายไปในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และรวมอยู่ในประมาณการแล้ว 

สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มส่งออกยังมีความเสี่ยงจากนโยบาย “Reciprocal Tariff” ของสหรัฐฯ ในวันที่ 2 เม.ย. 68 ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสปรับขึ้นราคาขายเพื่อลดผลกระทบ แต่อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ 

รวมถึงแนวโน้มกำไรของกลุ่มในไตรมาส 1/68 ที่ยังไม่เด่น ทำให้ในระยะสั้นหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มที่มีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ อย่าง PLUS / COCOCO / SAPPE ที่มีสัดส่วน 44%, 21%และ 7% ตามลำดับ 

อาจมีแรงขายเพิ่มเติม แต่มองว่าหุ้นในกลุ่มนี้จะเริ่มกลับมาน่าสนใจหลังจากงบไตรมาส 1/68 ออก ที่การเก็บภาษีมีความชัดเจนแล้ว และผู้ประกอบการเริ่มออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบ รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการที่คาดกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในไตรมาส 2/68  ยกเว้น SAPPE ที่คาดกำไรลดลงต่อเนื่อง จากช่วงเดียวกัน

ทั้งนี้ คงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเครื่องดื่มที่ “เท่ากับตลาด” เชิงกลยุทธ์แนะนำการลงทุนแบบหุ้นรายตัว (Selective play) โดยเลือก ICHI เป็น Top pick กลุ่มในไตรมาส 2/68 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จำกัดต่อความเสี่ยงทั้งการปรับขึ้นภาษีความหวาน และภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ 

ประกอบกับแนวโน้มกำไรในครึ่งปีแรกปี 68 ที่ยังเติบโตทั้งช่วงก่อนหน้าและช่วงเดียวกัน รวมถึงราคาหุ้นในปัจจุบันยัง Laggard กลุ่ม ซื้อขายบน P/E เพียง 11.4 เท่า และยังสามารถคาดหวังเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกได้ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 4%