คืนนี้ “ทรัมป์” ตอบโต้ภาษี โบรกฯชี้ไทยเสี่ยงโดนเอี่ยวด้วย ฉุดตลาดหุ้นผันผวน วอลุ่มซื้อขายน้อย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ทั่วโลกต่างจับตาประธานาธิบดี ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (RECIPROCAL TARIFFS) กับประเทศเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในวันนี้ (2 เม.ย. 68) เวลา 16.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (ช่วงตี 3 ตามเวลาไทย)
โดยหนังสือพิมพ์ THE WASHINGTON POST รายงานว่าประธานาธิบดี ทรัมป์อาจเรียกเก็บภาษี 20% ต่อสินค้าส่วนใหญ่ที่มีการนำเข้าสู่สหรัฐฯ ขณะที่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากดัชนี TRADE POLICY UNCERTAINTY พุ่งทำสถิติใหม่สูงสุด อีกทั้ง BLOOMBERG ยังคาดการณ์ว่าผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯอาจจะผลักให้อัตราภาษีเฉลี่ยพุ่งขึ้นราว 21.7%
ขณะที่กลับมามองประเทศไทย มีความสุ่มเสี่ยงค่อนข้างสูง ที่อาจถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติม หลังเข้าข่ายหลายเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากขึ้น โดยในปี 2560 อยู่ลำดับที่ 14 มูลค่า 2.01 หมื่นล้านเหรียญฯ) ส่วนปี 2567 อยู่ลำดับที่ 11 มูลค่า 4.56 หมื่นล้านเหรียญฯ
ไทยยังเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตราที่สูงกว่าของสหรัฐฯ ราว 8%, ไทยส่งชาวอุยกูร์ 40 คน กลับจีนเมื่อปลายเดือน ก.พ. 68 ทำไทยถูกประณามจากทั้งสหรัฐฯ และยุโรป รวมไปถึงไทยมีสัญญาณโน้มเอียงไปทางจีนมาขึ้น หลังบ้านเราได้เข้าไปเป็น PARTNER ของกลุ่ม BRICS
สำหรับผลที่ตามมาจากการถูกกัดกันทางการค้า อาจกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในระยะถัดไป เพื่อดาวน์ไซด์ต่อการเติบโต GDP (ล่าสุดปี 2568 คาด GDP เติบโตเฉลี่ย 2.9%) โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 60-70% ของ GDP ถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ตั้งแต่มีกระแสความกังวลการขึ้น TAX TARIFF ของทรัมป์ในวันที่ 2 เม.ย.68 ว่าจะมีสินค้าอะไรและประเทศใดบ้างที่ติดรายชื่อ ทำให้นักลงทุนมีความไม่แน่นอนในการลงทุนสูง จึงกดดันให้มูลค่าการซื้อขายของ SET เบาบางลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย (24 มี.ค. – 1 เม.ย.) อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ค่าเฉลี่ยมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท
โดยล่าสุดมีกระแสข่าวจาก THE WASHINGTON POST รายงานว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังพิจารณาเก็บภาษีนำเข้าราว 20% ของสินค้าส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 เม.ย.68 โดยจึงประเมินคร่าวๆว่าจะกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนอย่างไรบ้าง ซึ่ง SET มีรายได้รวม ณ สิ้นปี 2567 อยู่ที่ 18.7 ล้านล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นหุ้นที่พึ่งพิงการส่งออกราว 3.6 ล้านล้านบาท(คิดเป็นสัดส่วนราว 19%) ซึ่งประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกไปสหรัฐฯราว 18.3%
ดังนั้น สามารถประเมินได้ว่ารายได้ SET INDEX พึ่งพิงการส่งออกไปสหรัฐราว 3.5% หรือราว 6.5 แสนล้านบาท และหากมีการขึ้นภาษีนำเข้า 20% ดังกระแสข่าวดังกล่าว จะทำให้มีสัดส่วนที่โดนผลกระทบราว 1.3 แสนล้านบาท หรือ 0.7% เท่านั้น
ทั้งนี้ นักลงทุนรอผลสรุปการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ช่วงเวลาตี 2 คืนนี้ ทำให้ช่วง 1 –2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิด RISK OFFมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเหลือ 2.7 หมื่นกว่าล้านบาทต่อวัน ลดลงจากระดับปกติราว 35% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ และตลาดหุ้นไทยตอบรับประเด็นนี้มาเยอะในระดับหนึ่งแล้ว สะท้อนได้จากตลอด 5 เดือนที่ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 (5 พ.ย. 67 –1 เม.ย. 68) SET ลดลง 20%
โดยการเฝ้ารอเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนในช่วงนี้ แต่อีกมุมหนึ่งก็เชื่อว่าดาวน์ไซด์ตลาดหุ้นไทยจำกัด หลังเห็นแรงเก็งกำไรสั้นจากต่างชาติที่แอบทยอยซื้อสุทธิสะสมสัญญา SET50 FUTURES กว่า 8.5 หมื่นสัญญา และมีการซื้อสุทธิ CALL OPTION มากกว่า PUT OPTION 5.8 พันสัญญา ในช่วงตั้งแต่ 13 มี.ค. 68 –ปัจจุบัน
ยอดนิยม
%20copy_0.jpg)
3 หุ้นโรงแรมสะเทือน แผ่นดินไหวทำนักท่องเที่ยวผวา ฉุดยอดจอง “สงกรานต์” วูบ 25%
_0.jpg)
PTT-PTTEP รับบทหนัก เหตุราคาน้ำมันดิบดิ่งแรงในรอบ 3 ปี เซ่นพิษทรัมป์ป่วนโลก-OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
_0.jpg)
DELTA ทำแสบ! 3 เดือน ดิ่ง 60% มาร์เก็ตแคปวูบ 1.14 ล้านล้านบาท เคราะห์ซ้ำ “ไมโครซอฟท์” ลดแผน Data Center
_0.jpg)
ตลาดหุ้นไทยดิ่งหนัก ลุ้นทดสอบแนวรับสำคัญ 1,130 จุด โบรกฯ ชี้โดนขายลดเสี่ยง ผวาภาษี "ทรัมป์"
%20copy_0.jpg)