รายงานพิเศษ : TACC รับอานิสงส์มูลค่าตลาดเครื่องดื่ม ประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ปีนี้โตกว่า 3% หวังมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายเติบโต
กสิกรไทย คาดการณ์ปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศมีมูลค่ารวม 2.29 แสนล้านบาท เติบโต 3.3% จากปี 2567 กระตุ้นยอดขายของ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้โต Double Digit ทะลุ 2,000 ล้านบาท
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทยจะมีมูลค่ารวม 2.29 แสนล้านบาท เติบโต 3.3% จากปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และการเติบโตของการท่องเที่ยว โดยกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองคือ กลุ่มน้ำอัดลมและน้ำดื่มบรรจุขวด ที่คาดว่าจะเติบโต 2.6% และ 4.8% ตามลำดับ
ซึ่งแม้จะมีการชะลอตัวลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 55% ของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด ขณะที่การเติบโตของการท่องเที่ยวส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะขยายตัวอยู่ที่ 8% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในปี 2566
มุมมองด้านการท่องเที่ยว สอดคล้องกับการคาดการณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยบวกกับภาคเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงส์ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นต้น
ขณะที่ภาวะการค้าระหว่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง มีมูลค่าส่งออกรวมเพิ่มขึ้น 14% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 17.2% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) ขยายตัว 17.1%
การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม กระตุ้นยอดขายสินค้าของ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) โดยนายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร TACC เปิดเผย แผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในปี 2568 ซึ่งจะเน้นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ผ่านนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ ให้กับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่
และยังเน้นการสร้างกลุ่มธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่าด้านความเป็นอยู่ที่ดีให้มีคุณภาพ เพื่อความยั่งยืนสู่ทุกด้าน (Compounding Well Being Quality Value) โดยตั้งเป้าหมายรายได้โต Double Digit ทะลุ 2,000 ล้านบาท จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจ B2B (7-Eleven) ในปีนี้ บริษัทฯมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า Core Menu และ New Menu รวมทั้งออกสินค้าใหม่ร่วมกับ CPALL ในฐานะ Key Strategic Partner ไม่ว่าเป็นเครื่องดื่มเย็นในโถกด (Jet Spray) และเครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ใน All Cafe ล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่ตามฤดูกาล "น้ำผึ้งมะนาว" (Honey Lime) เพื่อต้อนรับอากาศร้อนช่วงซัมเมอร์ ลงในกลุ่มเครื่องดื่มเย็นในโถกด 7-Eleven พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม - 30 เมษายน 2568 นี้ หรือสั่งง่ายๆ ผ่าน #7DELIVERY อีกหนึ่งช่องทางความสะดวกสบาย
ขณะที่ 7-Eleven ต่างประเทศ (ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) มีการเติบโตตามการขยายสาขา โดยในส่วนของประเทศกัมพูชา มีการร่วมพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มใหม่ๆ ในกลุ่ม Counter drink เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค
ส่วนกลุ่มธุรกิจ B2C (Own Brands) บริษัทฯพร้อมพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Cafe Business และการเพิ่มลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
นอกจากนี้ TACC ยังคงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มาจากการ M&A , JV เพื่อเป็น New S-Curve ต่อยอดกับธุรกิจเดิม และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น