ทองพุ่งไม่หยุด! “ทรัมป์” เปิดศึก รีดภาษีทั่วโลก เงินโยกเข้า Safe Heven ทองไทยบวก 650 บาท ขายออก 51,250 บาท
ราคาส่ง Gold spot ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัพย์ ของสหรัฐ ประกาศภาษีนำเข้าทั่วโลก โดยกำหนดภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับทุกประเทศ และกำหนดอัตราสูงขึ้นสำหรับบางประเทศ เช่น จีนที่จะถูกเก็บภาษี 34% (เมื่อรวมกับภาษีเดิม 20% จะเท่ากับ 54%),เวียดนามที่ 46%, ไต้หวันที่ 32%, สหภาพยุโรปที่ 20% และไทย 36%
กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง นักลงทุนโยกเงินเข้าลงทุนทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Heven)
ราคาทอง Gold spot ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,167.71 ดอลลาร์
สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองวันนี้ (3 เม.ย.68) เปิดตลาดครั้งที่ 1 เวลา 09:12 เพิ่มขึ้น 650 บาท
ทองคำแท่งรับซื้อคืน 51,150.00 บ. ขายออก 51,250.00 บ.
ทองรูปพรรณรับซื้อคืน 50,225.08 บาท ขายออก 52,050.00 บาท
บล.อินโนเวสท์เอกซ์ จำกัด ประเมินทิศทางราคาทองคำใน Q2/68 มีโอกาสขึ้นไปทดสอบกรอบบน uptrend เป้าหมายที่ 3,165 ดอลลาร์ หากผ่านได้เป้าหมายถัดไป 3,270 ดอลลาร์ ส่วนกรอบล่างอยู่ที่ 2,950 และ 2,860 ดอลลาร์ ตามลำดับ
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม คาดการณ์กรอบอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในไตรมาส 2/68 จะอยู่ที่ 2.5% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 2.3% ที่ทำไว้เมื่อ 1Q25 ทำให้คาดว่าความต้องการทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปกป้องเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
Fed ยังส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ แต่ INVX คาดจะลดครั้งเดียว โดยผลการประชุม 18-19 มี.ค. Dot Plot บ่งชี้คณะกรรมการฯ FOMC 8 รายเห็นว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวหรือไม่มีเลยในปีนี้ ซึ่งเป็นความเห็นที่เข้มงวดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ในเดือน ธ.ค.
ขณะที่ INVX คาด Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25 % ในการประชุมเดือน มิ.ย. โดยเชื่อว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอลงมากขึ้น เป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำที่เคลื่อนไหวสวนทางกับอัตราดอกเบี้ย
ส่วนแนวโน้มเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แกว่งทรงตัวในไตรมาส 2/68 ประเมินว่าผลจากนโยบายขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับแนวนโยบายของ Fed น่าจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แกว่งทรงตัว แม้อาจมีบ่งช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่ไม่น่าจะแข็งค่าอยู่ได้นานนัก จากแนวนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ไม่ต้องการให้ดอลลาร์แข็งค่า
สำหรับแนวโน้มอุปสงค์ทองคำในไตรมาส 2/68 ยังคงเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (+) : ปัจจัยหนุนหลักมาจากประเด็นมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ สร้างความกังวลสงครามการค้ารุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค ส่งผลต่อความไม่แน่นอนของการค้าโลกและเศรษฐกิจ ประกอบกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณชะลอตัว สร้างความกังวลต่อนักลงทุนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้เชื่อว่าทองคำจะยังคงทำหน้าที่ได้ดีในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยภายใต้ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าสะสมทองคำเข้าเงินทุนสำรอง โดยเฉพาะธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้เพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถือครองทองคำกว่า 2,285 ตัน หรือประมาณ 6% ของทุนสำรองทั้งหมด ขณะที่อุปสงค์ก็ยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งในอินเดียที่มีความต้องการทองคำสูงในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น Diwali และ Akshaya Tritiya รวมถึงในช่วงฤดูแต่งงาน เช่นเดียวกับจีนที่มีความต้องการทองคำสูงในช่วงเทศกาล รวมถึงการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อย
แนวโน้มของ ETFs ทองคำ คาดซื้อสุทธิต่อเนื่องในไตรมาส 2/68 โดยกองทุน ETFs ทองคำทั่วโลกมีสถานะซื้อสุทธิ ใน 1Q25 กว่า 135 ตัน (12.5 พันล้านดอลลาร์) เป็นการซื้อสุทธิมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/65 และด้วยเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง ทำให้คาดว่ากองทุนดังกล่าวน่าจะยังมีสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยความเสี่ยงที่มีผลให้ราคาทองคำลดลง : 1) ธนาคารกลางต่างๆ ระงับการซื้อสะสมทองคำเป็นทุนสำรองฯ 2) อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัย 3) เงินดอลลาร์สหรัฐฯ พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น 4) Fed ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2025 5) นโยบายขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความผ่อนคลายมากขึ้น 6) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง
ยอดนิยม
%20copy_0.jpg)
“ทรัมป์” ช็อกตลาดขึ้นภาษีนำเข้าโลก ไทยโดนเก็บกว่า 36% สูงกว่าจีนที่ 34% โบรกฯ ชี้เป็นลบกลุ่มส่งออก-หวั่นโดนหั่น “จีดีพี”
%20copy_0.jpg)
GULF หวนเทรดหลังควบรวม โบรกฯ คาดมีราคาเปิดอยู่ที่ 48 บาท หาจังหวะ “สะสม” ลงทุนระยะยาว
%20copy_0.jpg)
กลุ่มส่งออก-ชิ้นส่วนอิเล็กฯ โดนขายหนัก ผวาภาษี “ทรัมป์” นักวิเคราะห์แนะเลี่ยงลงทุน
%20copy.jpg)
ทองพุ่งไม่หยุด! “ทรัมป์” เปิดศึก รีดภาษีทั่วโลก เงินโยกเข้า Safe Heven ทองไทยบวก 650 บาท ขายออก 51,250 บาท
%20copy_0.jpg)