Talk of The Town

PTT-PTTEP รับบทหนัก เหตุราคาน้ำมันดิบดิ่งแรงในรอบ 3 ปี เซ่นพิษทรัมป์ป่วนโลก-OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต


04 เมษายน 2568

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง จากความกังวลจากผลกระทบของการออกมาตรการภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันโดยฉับพลันของ OPEC+ นักวิเคราะห์มองจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP, PTT

PTT-PTTEP  รับบทหนัก_S2T (เว็บ)_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า OPEC+ ประกาศเร่งการถอน voluntary production cuts เร็วขึ้นในเดือน พ.ค.2568 โดยวานนี้ ที่ประชุมออนไลน์ของประเทศสมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ (รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ได้ตกลงที่จะเร่งการถอนการลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ (voluntary production cuts) ในเดือน พ.ค.2568

โดยจะปรับเพิ่มขึ้นมา 411 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) (เทียบเท่าการปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 3 เดือนของแผนก่อนหน้านี้) โดยยังคงเงื่อนไขว่าการปรับเพิ่มรายเดือนสามารถที่จะหยุดหรือกลับรายการได้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด

ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบ 3 ปี โดยวานนี้ ราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า Brent ปรับตัวลดลง 6.4% เป็น 70.1 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงแรงที่สุดในรอบ 3 ปี จากความกังวลจากผลกระทบของการออกมาตรการภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันโดยฉับพลันของ OPEC+

ขณะที่เตรียมเสนอแผนอัพเดตชดเชย overproduction ประเทศสมาชิกยังคงย้ำถึงความตั้งใจในการชดเชยการผลิตน้ำมันที่เกินโควตา (overproduction) ตั้งแต่เดือน ม.ค.2567 และจะส่งแผนอัพเดตให้กับสำนักเลขาธิการโอเปก (OPEC Secretariat)  ภายใน 15 เม.ย.2568

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกทั้ง 8 ประเทศจะจัดประชุมรายเดือนเพื่อทบทวนภาวะตลาด การปฏิบัติตามข้อตกลงและการชดเชย โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค.2568

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น โดยมองว่าการเพิ่มอุปทานน้ำมันที่เป็นไปได้โดยฉับพลันจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มน้ำมันโดยระยะสั้น แต่ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 73 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบกับ ราคาต้นปีถึงปัจจุบันที่ 75.8 ดอลลาร์/บาร์เรล

สำหรับภาพระยะกลาง อุปทานน้ำมันโลกก็ยังอาจลดลงจากการประกาศแผนลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยการผลิตส่วนเกินของ OPEC+ และการคว่ำบาตร (sanction) อุตสาหกรรมน้ำมันโดย US เพิ่มเติม

ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน และคาดหุ้นน้ำมันได้รับปัจจัยกดดันจากอุปทานที่เป็นไปได้ที่สูงขึ้นในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี สำหรับภาพระยะกลาง-ยาว มองว่า PTTEP (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 160.00 บาท) ยังคงมีความน่าสนใจจากความผันผวนของกำไรที่ต่ำกว่าบริษัทพลังงานอื่น (ปกติ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันจะมีผลล่าช้าประมาณ 6 เดือนต่อราคาขายก๊าซธรรมชาติ (gas ASP)) และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง ขณะที่ OR (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท) จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง

ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเด็นราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง แรงกดดันหลักมาจากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐ 10% ที่เก็บทุกประเทศเมื่อวาน และเก็บส่วนเพิ่ม (Reciprocal Tariff) คาดกระทบต่อการบริโภคน้ำมัน และผลประชุม OPEC+ มีมติเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบ จากเดิมที่เดือน พ.ค. - ก.ค. 2568 จะเพิ่มราว 134-140 พันบาร์เรล/วันเป็นรวบของ มิ.ย.-ก.ค. มารวมกับ พ.ค. ทีเดียว 411 พันบาร์เรล/วัน ส่งผลให้ supply น้ำมันดิบที่จะออกมาสู่ตลาดเร่งตัวขึ้น

โดยมองเป็นจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP, PTT ในทางตรงข้ามเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นกลุ่ม Anticommodity อาทิ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC, GULF กลุ่มที่มีต้นทุนเป็นน้ำมัน อาทิ กลุ่มสายการบิน AAV, BA