Wealth Sharing

TU เพิ่มวงเงิน ซื้อหุ้นคืนเป็น 5 พันลบ. ส่งสัญญาณราคาหุ้นต่ำเกินไป


04 เมษายน 2568

จากประเด็นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน  โดยวงเงินสูงสุดที่ใช้ในการซื้อหุ้นคืน ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท จากเดิม 3,000.00 ล้านบาท

TU เพิ่มวงเงิน_WS (เว็บ)_0.jpg

ทั้งนี้มีจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 445 ล้านหุ้น จากเดิม ไม่เกิน 200 ล้านหุ้น  (คิดเป็นไม่เกิน  9.99% จากเดิม คิดเป็นไม่เกิน  4.49% ซึ่ง ไม่เกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด) ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 (คงเดิม)

สำหรับเหตุผลที่แก้ไขเพิ่มเติมโครงการ เพราะบริษัทมีสภาพคล่องส่วนเกินจากการดำเนินงานสูงขึ้นเนื่องจาก ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน

อีกทั้งสภาวะ ตลาดในปัจจุบันมีความผันผวนจากหลายปัจจัย ส่งผลให้ราคาหุ้น ของบริษัทมีแนวโน้มลดลงซึ่งไม่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท

นอกจากนี้ ราคาหุ้นของบริษัทยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เพื่อเป็นการบริหารจัดการบริหาร สภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเชื่อมั่น ให้กับผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นในศักยภาพการสร้างรายได้และกำไร ของบริษัทในอนาคต รวมถึงการเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

จากประเด็นดังกล่าว นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า เป็นการพยุงราคาหุ้น เพิ่ม EPS อีกทั้งเสริมความมั่นใจให้กับนักลงทุนในศักยภาพของบริษัทและความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร โดยอยู่ระหว่างการประเมินราคาพื้นฐานใหม่

ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นกลาง โดยจากรายงานผลการซื้อหุ้นคืนล่าสุดของ TU ปัจจุบันบริษัทใช้วงเงินซื้อหุ้นคืนไปแล้วทั้งหมด 1.78 พันล้านบาท และซื้อหุ้นคืนไปแล้วทั้งหมด 150.9 ล้านหุ้น

โดยหากพิจารณาวงเงินและปริมาณหุ้นที่เหลือหลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะ imply (เปรียบเปรย) ราคาซื้อคืนเฉลี่ยที่ราว 10.9 บาท/หุ้น สูงกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อย 2%

แต่มองว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานคาดจะยังมีปัจจัยกดดันจากประเด็นนโยบาย tariffs ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ประเมินกำไรปกติปี 2568 ที่ 4.9 พันล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน แต่มีโอกาสปรับลงตามการปรับประมาณการของ ITC คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท

ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 15.60 บาท (จากเดิม 14.90 บาท) เพราะจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยที่นำมาคำนวณ EPS ระหว่างปีลดลง

 โดยมีมุมมอง “Positive” ต่อข่าวเพิ่มวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็นไม่เกิน 5,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นไม่เกิน 445 ล้านหุ้น จากเดิม 3,000 ล้านบาท จำนวนไม่เกิน 200 ล้านหุ้น

ทั้งนี้มองว่าเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกจากที่บริษัทมองเห็นว่าราคาหุ้นอยู่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ หลังราคาหุ้นปรับตัวลงราว -18% นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) จากข้อมูลข้างต้นประเมินราคาที่ซื้อคืนเฉลี่ยที่ 10.95 บาท สูงกว่าราคาตลาดที่ 10.70 บาท

TU